posttoday
อ.สำลี ใจดี คนดีของแผ่นดิน

อ.สำลี ใจดี คนดีของแผ่นดิน

28 มิถุนายน 2554

ในวงการเภสัชศาสตร์ของประเทศไทย ผู้ที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุดในอดีตคือ ดร.ตั้ว ลพานุกรม ดุษฎีบัณฑิตทางเภสัชศาสตร์จากเยอรมนี

ในวงการเภสัชศาสตร์ของประเทศไทย ผู้ที่มีบทบาทโดดเด่นที่สุดในอดีตคือ ดร.ตั้ว ลพานุกรม ดุษฎีบัณฑิตทางเภสัชศาสตร์จากเยอรมนี

โดย..นพ.วิชัย โชควิวัฒน 

หนึ่งในคณะผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ผู้วางรากฐานวิชาการเภสัชศาสตร์ และงานด้านเภสัชกรรมในประเทศไทย

หลังจาก ดร.ตั้ว ลพานุกรม แล้ว บุคลากรในวงการเภสัชศาสตร์ที่มีบทบาทสร้างคุณูปการแก่ประชาชนคนไทยที่โดดเด่นที่สุดจนถึงปัจจุบัน คือ อาจารย์สำลี ใจดี ลูกชาวบ้านจาก จ.สุพรรณบุรี

นอกจากทุ่มเทให้แก่การสอนหนังสือแก่ลูกศิษย์ตามหน้าที่ของครูที่ดีแล้ว เวลาแทบทั้งหมดในชีวิต อาจารย์สำลีได้อุทิศให้แก่อุดมการณ์การนำวิชาเภสัชศาสตร์ไปรับใช้สังคม ให้ประชาชนคนไทยได้ใช้ยา ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่อย่างถูกต้องและเหมาะสม ไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบหรือถูกหลอกลวงโดยบุคคลและระบบที่ฉ้อฉล

จากพื้นเพที่เป็นลูกหลานชาวนา เรียนจนจบชั้น ม.6 สมัยก่อนจากโรงเรียนวัดใกล้บ้าน ก่อนเข้ามาเรียนต่อแถวฝั่งธนบุรี เมื่อศึกษาในมหาวิทยาลัยแล้วก็ยังออกไปสัมผัสชนบทจากการออกค่ายอาสาพัฒนาหลายครั้ง ทำให้อาจารย์สำลีรู้ซึ้งถึงปัญหาของคนยากจน ซึ่งยังมีอยู่เต็มแผ่นดิน และรู้ว่าการต่อสู้กับความโลภของธุรกิจยาจะทำโดยลำพังไม่ได้ หลัง 14 ต.ค. 2516 ไม่นานอาจารย์สำลีจึงก่อตั้ง “กลุ่มศึกษาปัญหายา” ทำงานเพื่ออุดมการณ์อย่าง “กัดติด” ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน โดยแตกแขนงขยายภารกิจเพิ่มเป็นหลายองค์กร เช่น มูลนิธิสาธารณสุขกับการพัฒนา มูลนิธิพัฒนาการแพทย์ไทย และมูลนิธิเภสัชศาสตร์เพื่อสังคม เป็นต้น

ด้วยการผนึกกำลังเป็นองค์กร ทำให้บรรดาเพื่อนพ้องน้องพี่ และลูกศิษย์ลูกหาของอาจารย์สำลี กลายเป็น “กองทัพหมอยา” ที่เข้มแข็ง สามารถสร้างผลงานได้มากมาย เช่น การต่อสู้จนสามารถยกเลิกสูตรยา “เอพีซี” ได้เป็นผลสำเร็จ การตีกรอบการขายเครื่องดื่มผสมกาเฟอีน ไม่ให้โฆษณาตามใจชอบจนผู้ใช้แรงงานต้องตกเป็นทาส ต่อมาได้ขยายขอบเขตการทำงานออกไปต่อสู้กับอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาที่บีบบังคับให้ไทยต้องแก้กฎหมายสิทธิบัตร โดยยันไว้ได้หลายปี และทำให้สหรัฐไม่สามารถทำตามโลภจริตได้ตามอำเภอใจ โดยยังไม่สามารถเพิ่มการเอารัดเอาเปรียบด้วยการบังคับให้รับ “ทริปส์ผนวก” (TRIPsplus) จนทุกวันนี้ ทั้งยังสามารถ “แก้ลำ” ด้วยการผลักดันอย่างต่อเนื่องจนกระทรวงสาธารณสุขตัดสินใจทำซีแอลยาถึง 7 ตัว จนเป็นข่าวโด่งดังไปทั่วโลก

คู่ขนานกับการต่อสู้ในเวทีต่างๆ อาจารย์สำลีได้สร้างความเข้มแข็งให้แก่คนไทย ด้วยการฟื้นฟูการนวดไทยอย่างเป็นระบบ จากการทำงานกับคนปกติ ปัจจุบันอาจารย์สำลีกำลังพัฒนาการนวดไทยให้แก่ผู้พิการทางสายตาอย่างเอาจริงเอาจัง รวมทั้งผลักดันจนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) รับโครงการไม้เท้าขาวไปขยายผล เพื่อให้คนตาบอดทั่วประเทศสามารถออกมาสู่สังคมได้เหมือนในประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลาย

ด้วยปณิธานอันแน่วแน่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตปราศจากผลประโยชน์ส่วนตัวแอบแฝง และด้วยท่าทีที่ “จริงจัง” จนบางครั้งหรือบ่อยครั้งถึงขั้น “ดุดัน” ทำให้งานของอาจารย์สำลีประสบความสำเร็จจำนวนมาก รวมทั้งสามารถขยายฐานอันเข้มแข็งออกไปได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญคือสามารถสร้างความยั่งยืนด้วยการสร้างเพื่อนร่วมอุดมการณ์ได้เป็นกลุ่มเป็นก้อน โดยเติบโตอย่าง “ช้าๆ แต่ว่ายั่งยืน”

ด้วยบุคลิกที่ “ดุดัน” ทำให้ปรปักษ์พากันครั่นคร้าม แต่กับบรรดาลูกศิษย์และเพื่อนร่วมอุดมการณ์ บุคลิกดังกล่าวนี้ นอกจากไม่ผลักให้คนรอบข้างพากันหลีกห่าง ยังกลับกลายเป็นเหมือน “ธงนำ” แห่งการทำงานที่บ่อยครั้งต้องใช้เป็นยุทธวิธีของการต่อสู้ เพื่อนร่วมอุดมการณ์ไม่มีใครหลีกห่าง เพราะรู้ว่า แท้จริงแล้ว อาจารย์สำลี “ใจดี” สมนามสกุลของท่าน

ในด้านชีวิตส่วนตัว อาจารย์สำลีใช้ชีวิตอย่างพอเพียงตามที่พ่อแม่สั่งสอนมาแต่เล็กแต่น้อย นอกจากแป้งเด็กแล้ว อาจารย์สำลีไม่เคยใช้เครื่องสำอางอื่น สมัยก่อนอาจารย์สำลีเคยเข้าร้านทำผมเพื่อตัดผมบ้าง ปัจจุบันอาจารย์ให้พี่น้องช่วยตัดผมให้ที่บ้าน

ความจริงความสวยงามกับผู้หญิงเป็นของคู่กัน แต่วัตรปฏิบัติของอาจารย์สำลีสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคติที่ว่า “คนงามงามที่ใจใช่ใบหน้า” และความมั่นคงแน่วแน่ในอุดมคติของความพอเพียงที่สอนและปฏิบัติกันสืบมาแต่ครั้งบรรพบุรุษของอาจารย์สำลี

คำสอนของแม่ที่ให้สำนึกในบุญคุณของแผ่นดิน และคำสอนที่ให้เอื้อเฟื้อต่อผู้อื่น เช่น พืชผลในท้องไร่ท้องนานั้น แม่สอนว่า “นกกินเป็นบุญ คนกินเป็นทาน” เพราะนกมิใช่ศัตรู แต่เป็นสัตว์ที่มีบุญคุณในระบบนิเวศ เหล่านี้ล้วนเป็นคำสอนที่ฝังแน่นอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ก่อตัวเป็นอุดมคติในตัวอาจารย์สำลี และยังแผ่ไปถึงเพื่อนร่วมอุดมการณ์หลายคนของอาจารย์สำลีให้มุ่งมั่นใช้ชีวิตเพื่อส่วนรวมอย่างเต็มที่ และใช้ชีวิตส่วนตัวอย่างสมถะและพอเพียง

อาจารย์สำลีจึงเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับรางวัล “คนดีของแผ่นดิน” ที่ยึดถืออุดมคติคือ “ทำหน้าที่เต็มกำลัง ตั้งมั่นสุจริต ใช้ชีวิตพอเพียง” ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐได้มีพิธีมอบรางวัลดังกล่าวแล้ว ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เมื่อวันพุธที่ 22 มิ.ย. 2554

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท