
ซิลิคอน วัลเลย์ อู้ฟู่ สวนทางมะกันซบ
เป็นที่ยอมรับกันว่า ในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่นั้น แต่หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี
เป็นที่ยอมรับกันว่า ในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่นั้น แต่หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เป็นที่ยอมรับกันว่า ในขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐยังไม่ฟื้นตัวอย่างเต็มที่นั้น แต่หุ้นในกลุ่มเทคโนโลยี กลับคึกคักมาตลอดในระยะ 23 ปีนี้ ส่งผลให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ในพื้นที่ “ซิลิคอน วัลเลย์” หุบเขาไอที แห่งแคลิฟอร์เนีย อันเป็นที่ตั้งของที่พัก ตลอดจนสำนักงานของบรรดาบริษัทไอทีชั้นนำของโลกคึกคักอย่างที่สุด สวนทางกับตลาดที่อยู่อาศัยโดยเฉลี่ยในประเทศที่ยังคงอยู่ในสภาวะไม่ฟื้นจากหลุม
ราคากลางของบ้านเดี่ยวในย่าน ปาโล อัลโต ในซิลิคอน วัลเลย์ อันเป็นที่ตั้งของบริษัท เฟซบุ๊ค อิงค์ นั้น เพิ่มขึ้นมาถึง 20% ในเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยบ้านเดี่ยวหลังหนึ่งจะมีราคาเฉลี่ยถึง 1.63 ล้านเหรียญสหรัฐ ถือว่าเป็นราคาที่ปรับขึ้นสูงที่สุดนับแต่ปี 2008 เป็นต้นมา
ส่วนในย่าน เมาเทนท์ วิว อันเป็นที่ตั้งของบริษัท ลินเคดอิน คอร์ป ราคาบ้านเดี่ยวก็เพิ่งขึ้นราว 3.1% ไปอยู่ที่ 957,500 เหรียญสหรัฐ
นั่นหมายความว่า ในขณะที่ตลาดที่อยู่อาศัยในสหรัฐยังคงซบเซาอย่างที่สุด แต่ทว่าสำหรับซิลิคอน วัลเลย์แล้ว สถานการณ์สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง นั่นเป็นเพราะบรรดาเจ้าหน้าที่ พนักงานของบรรดาบริษัทไอทีทั้งหลาย ต่างรวยหุ้นมากขึ้นส่งผลให้ความต้องการบ้านก็เพิ่มมากขึ้นไปด้วย โดยเฉพาะที่ซิลิคอน วัลเลย์
การขยายตัวอย่างคึกคักของหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีในสหรัฐนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็นต้องได้รับการพิสูจน์ทีเดียว อย่างเช่นเมื่อการเปิดขายไอพีโอของบริษัท ลินเคดอิน ในวันแรก ราคาก็พุ่งพรวดขึ้นเป็น 2 เท่าตัว
เคนเนธ โรเซ็น นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์คเลย์ ให้ความเห็นว่า ความคึกคักของอสังหาริมทรัพย์ที่ซิลิคอน วัลเลย์ นั้นเป็นเพียงแค่ช่วงเริ่มต้นเท่านั้น แต่ในอีก 23 ปีข้างหน้า จะเป็นยิ่งกว่าการระเบิดที่ร้อนแรงยิ่ง
“คนหนุ่มเหล่านี้มีเงินจริงๆ และไม่แปลกใจที่พวกเขาอยากจะมีบ้าน” โรเซน กล่าว
ทั้งนี้ผ่านมาแค่ครึ่งปีแรกของปี 2011 บริษัทเทคโนโลยี กว่า 300 บริษัท ได้เปิดขายไอพีโอกันไปแล้ว และมากกว่า 10% เป็นบริษัทในแคลิฟอร์เนียทั้งนั้น โดยที่ซิลิคอน วัลเลย์ ถือว่าเป็นศูนย์กลางของบริษัทที่เพิ่งจะเริ่มตั้งต้นนั้น
จากข้อมูลการประเมินของสมาคมการร่วมทุนแห่งชาติสหรัฐเปิดเผยว่า ในปีนี้ กว่า 40% ของการร่วมทุนทั้งหมด 2.33 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในบริษัทเทคโนโลยีนั้นเป็นบริษัทในซิลิคอน วัลเลย์ทั้งสิ้น
ความคึกคักของ ซิลิคอน วัลเลย์ นั้นเป็นไปในขณะที่สถานการณ์ของตลาดอสังหาริมทรัพย์ทั่วสหรัฐกำลังดิ้นพล่านอย่างหนักที่หลายคนยังคงถูกยึดบ้าน และสถานการณ์การว่างงานในประเทศก็ยังอยู่ในระดับสูงมากกว่า 9% ซึ่งเป็นระดับที่สูงในประวัติศาสตร์ของสหรัฐ
ราคาเฉลี่ยที่อยู่อาศัยใน 20 เมืองใหญ่ของสหรัฐลดต่ำลง 3.6% เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่ดัชนีที่อยู่อาศัย ชิลเลอร์ อินเด็กซ์นั้นลดฮวบ 33% แล้วนับตั้งแต่ระดับสูงสุดในปี 2006
แต่ในขณะเดียวกันในย่าน ปาโล อัลโต ภายในซิลิคอน วัลเลย์ นั้น ปริมาณลูกค้าเข้าชมบ้านตัวอย่างเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว อีกทั้งอายุเฉลี่ยของผู้ที่มีศักยภาพซื้อจริงก็ลดลงจากเดิมที่ราว 50 ปี มาที่ 30 กลางๆ
“คนเหล่านี้กำลังเริ่มต้นชีวิตใหม่ ซึ่งมีแนวโน้มว่าพวกเขาจะใช้ความคล่องตัวของกระแสเงินในกระเป๋าได้รวดเร็วทีเดียว” แดเนียล ซิซีเลียโน รองคณบดีโรงเรียนกฎหมายประจำมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด กล่าว
“พวกเขาต้องการแสดงออกซึ่งความมั่งคั่ง !”
สตีฟ เอสเกนาซี นักลงทุนด้านเทคโนโลยีคาดการณ์ว่า ในอนาคตเพียง 23 ปีนี้เท่านั้น จะเริ่มเห็นมหาเศรษฐีใหม่เพิ่มขึ้นอีกนับร้อย หรือนับพันคนในซิลิคอน วัลเลย์
“คนส่วนใหญ่ในวัย 20 ต้นๆ ที่เริ่มเป็นมหาเศรษฐีนั้นรู้สึกว่าเป็นสิทธิของพวกเขา และไม่ใช่เรื่องแปลกที่เริ่มจะซื้ออสังหาริมทรัพย์กัน และพวกเขาก็ไม่หวั่นต่อราคาด้วย” เอสเกนาซี กล่าว
มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก วัย 27 ปี คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด
ซัคเคอร์เบิร์ก เพิ่งจะซื้อบ้านใหม่ที่ปาโล อัลโตในปีนี้นี่เอง และจ่ายไป 7 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 210 ล้านบาท) สำหรับบ้านขนาด 465 ตารางเมตร 7 ห้องนอน และซื้อไว้ก่อนที่จะย้ายสำนักงานมาที่ซิลิคอน วัลเลย์ ด้วยซ้ำ







