
ดูจีนเป็นตัวอย่าง
ทุกวันนี้จีนต้องตามล้างตามเช็ดกับปัญหาเงินเฟ้อกันไม่หยุด
ทุกวันนี้จีนต้องตามล้างตามเช็ดกับปัญหาเงินเฟ้อกันไม่หยุด
โดย..ธนพล ไชยภาษี
ต้องออกสารพัดมาตรการ ควบคุมสารพัดทุกวิถีทางไม่ให้ปัญหาเงินเฟ้อ และปัญหาฟองสบู่ในประเทศลอยฟูฟ่องจนแตกตัวไปมากกว่านี้ ถึงกับต้องแลกด้วยการทำให้เศรษฐกิจของประเทศชะลอตัวลงครับ
ปัญหาในจีนแบ่งออกได้เป็น 2 ด้าน ด้านหนึ่ง คือปัญหาเงินเฟ้อที่กระทบกับราคาสินค้าอาหารและสินค้าประจำวัน ด้านหนึ่งเป็นผลมาจากภาวะแล้งต่อเนื่อง ผสมกับอุทกภัยรุนแรงผิดปกติติดต่อกันมา 3 ปีแล้ว ทำให้ผลผลิตการเกษตรของจีนตกต่ำ และยิ่งไปกว่านั้นราคาน้ำมันที่นำเข้าก็มีราคาแพงกว่าเดิม ฉุดให้ราคาสินค้ายิ่งพุ่งไปไกล
ส่วนอีกด้านหนึ่ง คือปัญหาฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังอยู่ในจุดวิกฤต เกิดการเก็งกำไรราคาที่อยู่อาศัยกันบ้าเลือดในหลายพื้นที่ของเมืองใหญ่ๆ ราคาพุ่งไปมากกว่า 50%
ต้นตอสำคัญเกิดจากมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 6 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อปี 2551 ที่รัฐบาลกรุงปักกิ่งต้องควักหน้าตักลงมาหว่านเงินให้กับเศรษฐกิจของประเทศไว้เป็นภูมิต้านทานวิกฤตการเงิน และวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่กำลังกระหน่ำอยู่ในช่วงนั้น
การหว่านเงินลงมากระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งนี้ลงไปเต็มๆ กับภาคการก่อสร้างครับ ซึ่งรัฐบาลจีนได้ลงไปกระตุ้นที่โครงการการก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคทั้งหลายอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งปรากฏว่าการหว่านเม็ดเงินดังกล่าวได้ทำให้เกิดผลข้างเคียง ที่ราคาวัสดุก่อสร้างพุ่งกระฉูดไปพร้อมๆ กับโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่ๆ ผุดขึ้นมาราวกับดอกเห็ดเพื่อเก็งกำไรกัน
หนังสือพิมพ์ฝรั่งเคยเผยภาพดาวเทียม เป็นเมืองสมัยใหม่ผุดขึ้นในจีนราวกับดอกเห็ด แต่กลับปรากฏว่าไม่มีคนอยู่ กลายเป็นเมืองผีสิงไปเสียอย่างนั้น
แต่จีนก็ไหวตัวทัน เริ่มชะลอความร้อนแรงทางเศรษฐกิจ อัดมาตรการคุมเงินเฟ้อ เบรกฟองสบู่กันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นมาตรการการปล่อยกู้ หรือควบคุมการเก็งกำไรสินค้า
มองมาที่บ้านเรายิ่งใกล้การเลือกตั้ง แต่ละพรรคก็สรรหานโยบายกระตุ้นเอาใจคนกันเต็มที่
ส่วนปัญหาเงินเฟ้อในบ้านเราก็น่ากลัว เพราะเงินเฟ้อกำลังลามไปทั่วเอเชีย ข้าวของแพงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
แถมพี่ไทยยังใช้วิธีการแก้ปัญหาแบบเอาง่ายเข้าว่า เงินเฟ้อมาก็ขึ้นดอกเบี้ยคุม สร้างภาระให้กับคนกู้เข้าไปอีก
ดูท่าทีจีนหนักแล้ว ไทยก็หนักไม่แพ้กัน







