
โลกร้อนถล่มผลไม้โลก
อุณหภูมิสูงกดผลิตเริ่มลดลงแนะประเมินสถานการณ์ใหม่
อุณหภูมิสูงกดผลิตเริ่มลดลงแนะประเมินสถานการณ์ใหม่
เตือนอากาศโลกเปลี่ยนแปลงกระทบอุตสาหกรรมผลไม้ถั่วโลก
ภาวะสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงกำลังส่งผลต่ออุตสาหกรรมผลไม้และถั่วของโลกอย่างรุนแรง โดยเริ่มเห็นผลกระทบบ้างแล้วเมื่ออุณหภูมิโลกสูงขึ้น
วารสารเจอร์นัล พลอส วัน ตีพิมพ์ผลการศึกษาของนักวิจัยว่า ผลกระทบจากภาวะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงในโลกกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่ออุตสาหกรรมผลไม้และถั่ว ซึ่งในแต่ละปีมีมูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมนี้จะต้องประเมินสถานการณ์ใหม่
ในพื้นที่เกษตรกรรมที่มีอุณหภูมิเย็นปานกลางนั้น ต้องการความเย็นที่จะทำให้ผลไม้เติบโตในช่วงฤดูใบไม้ผลิ แต่ทว่าผลจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นทำให้เกิดปัญหากับผลไม้เหล่านั้น เช่น เชอร์รี ขณะที่ในพื้นที่อบอุ่นเมื่ออุณหภูมิกลับลดต่ำลง ก็ทำให้ผลผลิตลดต่ำลง
พื้นที่ที่กำลังได้รับผลกระทบจากการปลูกผลไม้และถั่วนั้น มีตั้งแต่รัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐ พื้นที่ตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐ มณฑลยูนนานของจีน และพื้นที่ตอนใต้และตะวันตกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย ส่วนพื้นที่ที่สูญเสียผลผลิตไปอย่างรุนแรงนั้น ได้แก่ อิสราเอล โมร็อกโก ตูนิเซีย และในแอฟริกาใต้
ไอเก เลอเดลลิง นักวิจัยในทีมให้ความเห็นว่า เกษตรกรที่ทำการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวในระยะยาว จำเป็นที่จะต้องตระหนักว่าผลไม้และถั่วเป็นพืชที่ไวต่อการเปลี่ยนแปลงมากกว่าพืชประเภทอื่นๆ
“หากปลูกข้าวสาลี หรือข้าวโพดซึ่งปลูกปีต่อปี ก็จะสามารถตัดสินใจได้ว่าจะปลูกอะไรเพิ่ม อะไรลด แต่สำหรับต้นไม้ซึ่งให้ผลนั้น เมื่อตัดสินใจว่าจะปลูกแล้วจะต้องกินเวลานานถึง 30 ปีทีเดียว”
เลอเดลลิง กล่าวด้วยว่า ผลกระทบจากสภาวะอากาศเปลี่ยนแปลงต่อผลไม้และถั่วนั้นจะรุนแรงมากเท่าใด ก็จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเกษตรกรในขณะนี้ด้วย ซึ่งหากเกษตรกรรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลงนี้ ก็จะสามารถเปลี่ยนไปปลูกพืชประเภทอื่นได้ทัน
ทั้งนี้ ตามข้อมูลการคาดการณ์ของคณะทำงานว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศระหว่างรัฐบาลแห่งสหประชาชาติ (ไอพีซีซี) ระบุว่า อุณหภูมิโลกจะเพิ่มสูงขึ้นระหว่าง 1.8-4 องศาเซลเซียส ภายในปี 2643 หรืออีก 89 ปีข้างหน้านี้







