
ประวิตรยอมรับผู้สังเกตุการณ์อินโดฯ
เตีย บัณห์ เผยผลเจรจาประวิตรไทยยอมอินโดฯส่งผู้สังเกตุการณ์เข้าพื้นที่พิพาทก่อนการประชุมจีบีซี พันธมิตรชี้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตรัฐบาลทำผิดอาญา-รัฐธรรมนูญ
เตีย บัณห์ เผยผลเจรจาประวิตรไทยยอมอินโดฯส่งผู้สังเกตุการณ์เข้าพื้นที่พิพาทก่อนการประชุมจีบีซี พันธมิตรชี้ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตรัฐบาลทำผิดอาญา-รัฐธรรมนูญ
พล.อ.เตีย บันห์ รมว.กลาโหม เปิดเผยหลังการประชุมรัฐมนตรีกลาโหมอาเซียน ที่กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ว่า การเจรจาต่อรองปัญหาชายแดน ระหว่างไทยกับกัมพูชา มีความคืบหน้าอย่างมาก หลัง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของไทย ให้คำมั่นว่า จะรับผู้สังเกตุการณ์อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องมีขึ้น ก่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป(จีบีซี) ระหว่างไทยกับกัมพูชา
ทั้งนี้ การหารือระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมของของไทยและกัมพูชา เกิดขึ้นภายใต้การจัดเตรียมของ นายเพอร์โนโม ยูสเจียนโตโร รัฐมนตรีกลาโหมอินโดนีเซีย ในวันที่ 18 พ.ค. พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวร้องขอให้อินโดนีเซีย ออกประกาศเพื่อทราบ เกี่ยวกับการส่งทีมสำรวจลงพื้นที่ชายแดนในเวลาที่เหมาะสม และได้แนะนำให้ทั้งหมด แต่งกายแบบพลเรือนทั่วไป
ปฏิกริยาดังกล่าวของ พล.อ.ประวิตร นั้น ดูมีท่าทีว่าต้องการแก้ไขปัญหาชายแดนกับกัมพูชานั้น ก็พิจารณาให้เห็นถึงขั้นตอนที่ก้าวหน้าของการเจรจาชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชา และทันทีที่ทีมผู้สังเกตการณ์จากอินโดนีเซีย เดินทางมายังพื้นที่ชายแดนใกล้กับปราสาทพระวิหาร กัมพูชาก็จะจัดการประชุมจีบีซีกับไทย โดยปราศจากคนกลาง
นอกจากนี้ พล.อ.เตีย บัญ ยังระบุถึงการเจรจากับ นายเหลียง กวงเหลี่ย รมว.กลาโหมของจีน ซึ่งได้สนับสนุนให้ประเทศกัมพูชาและประเทศไทย ในการเร่งการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งโดยเร็ว
ด้าน นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ โฆษกพัธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เปิดเผยว่า ภาคประชาชนมีความไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพราะการส่งทีมล่วงหน้าเข้ามานั้น ก็เพื่อต้องการไม่ให้เกิดการปะทะขึ้นอีก โดยที่เข้ามาเป็นสักขีพยานทหารกัมพูชายังยึดครองดินแดนไทยอยู่ ซึ่งถือว่ามีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอาณาเขตของประเทศอย่างชัดเจน ทำให้ทหารไทยไม่สามารถใช้กำลังผลักดันให้กัมพูชาออกจากแผ่นดินไทยได้
"เมื่อเป็นเช่นนี้เท่ากับว่ากัมพูชาจะสามารถยึดครองแดนไทยไว้ได้จนกว่าจะมีการเจรจาที่ทำให้ฝ่ายกัมพูชาพอใจ หรือมีสิทธิ์ครอบครองออกไปอย่างไม่มีกำหนดระยะเวลานั่นเอง เท่ากับไทยต้องเสียดินแดนในท้ายที่สุด" นายปานเทพ กล่าว
ทั้งนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลไทยต้องออกมาแถลงจุดยืนให้ชัดว่าได้ไปทำการตกลงที่ทำให้ประเทศต้องเสียเปรียบเช่นนี้หรือไม่ หากเป็นจริงก็จะเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 - 120 และบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 เพราะเป็นข้อตกลงที่เกี่ยวกับอาณาเขตดินแดน แต่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากรัฐสภา







