posttoday
ทีมแพทย์มะกันเจ๋ง ผ่าตัดเปลี่ยนทั้งหน้าสำเร็จ

ทีมแพทย์มะกันเจ๋ง ผ่าตัดเปลี่ยนทั้งหน้าสำเร็จ

10 พฤษภาคม 2554

ทีมแพทย์สหรัฐประสบความสำเร็จในการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้า ส่งผลให้คนไข้สามารถกลับมารับรู้สัมผัสบนใบหน้าได้อีกครั้ง

ทีมแพทย์สหรัฐประสบความสำเร็จในการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้า ส่งผลให้คนไข้สามารถกลับมารับรู้สัมผัสบนใบหน้าได้อีกครั้ง

นับเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ครั้งใหญ่สำหรับสหรัฐอีกครั้ง หลังจากที่ทีมแพทย์ในดัลลาส ประสบความสำเร็จในการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าให้กับ ดัลลาส เวียนส์ ชายหนุ่มในวัย 26 ปี ที่ต้องสูญเสียใบหน้าทั้งหมดจากอุบัติเหตุไฟฟ้าช๊อตเมื่อเดือนพ.ย. ปี 2551

ดร.เจฟฟรีย์ จานิส จากโรงพยาบาลปาร์คแลนด์ และศูนย์การแพทย์ดัลลาสของมหาวิทยาลัยเท็กซัส เซาท์เวสเทิร์น หนึ่งในทีมแพทย์มากกว่า 30 นาย ผู้ทำการผ่าตัดในครั้งนี้ กล่าวว่า ความสำเร็จในครั้งนี้ส่วนหนึ่ง เพราะได้รับความร่วมมืออย่างดีจากดร.โบห์ดาน โพมาแฮค ผู้อำนวยการด้านแผลไหม้ ที่บริกแฮม และโรงพยาบาลสตรีในแมสซาชูเสตต์ส ซึ่งมีประสบการณ์ในการผ่าปลูกถ่ายใบหน้ามาก่อน

ทั้งนี้ เวียนส์รอดชีวิตจากอุบัติเหตุไฟฟ้าช๊อตระหว่างทำงานเป็นอาสามาสมัครทาสีให้กับผนังโบสถ์ โดยอยู่ในอาการโคม่ากว่า 90 วัน แต่ก็ต้องสูญเสียใบหน้า รวมทั้งระบบประสาทสัมผัสบนใบหน้าทั้งหมดไป

ด้วยต้องการรู้สึกถึงสัมผัสจากลูกสาวอีกครั้ง เวียนส์จึงไม่ลังเลที่จะเข้ารับการทดลองผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้า แม้ว่า การปลูกถ่ายใบหน้าจะเป็นสิ่งที่ค่อนข้างใหม่ในวงการแพทย์ก็ตามในระหว่างการผ่าตัด 15 ชม. เมื่อกลางเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ทีมแพทย์ได้ใช้ชิ้นส่วนหน้าผาก ระบบหายใจ จมูก ริมฝีปาก และผิวหนังบริเวณใบหน้าซึ่งได้รับบริจาคมาให้กับเวียนส์นอกจากนี้ ทางทีมแพทย์ยังได้ปลูกถ่ายกล้ามเนื้อและระบบประสาทบริริเวณใบหน้าทั้งหมด เพื่อให้เวียนส์สามารถเคลื่อนไหวใบหน้า และรับสัมผัสได้อีกครั้ง ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าความสำเร็จในครั้งนี้ สร้างความยินดีปรีดาให้กับเวียนส์มากเช่นไร

"ตอนที่ผมรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง ผมสัมผัสได้ว่าตัวเองมีใบหน้าอีกครั้ง มีตา มีจมูก มีปาก ผมแทบอยากจะตะโกนดังๆ เลยว่า ไม่มีอะไรที่การแพทย์ทำไม่ได้" เวียนส์กล่าว พร้อมกับอธิบายเพิ่มเติมว่า ใบหน้าใหม่ที่ได้รับให้ความเป็นธรรมชาติราวกับเป็นใบหน้าของเวียส์จริงๆ

ทีมแพทย์มะกันเจ๋ง ผ่าตัดเปลี่ยนทั้งหน้าสำเร็จ ดัลลาส เวียนส์

ทั้งนี้ ใบหน้าใหม่ที่เวียนส์ได้รับ ตั้งแต่ช่วงหน้าผากจนถึงลำคอ เป็นใบหน้าใหม่ที่แตกต่างจากของดั้งเดิม เนื่องจากลักษณะทางกายภาพของใบหน้าโดยธรรมชาติประกอบจากหลายส่วน ทั้งผิวหนัง ไขมัน กล้ามเนื้อและกระดูก แม้ว่ากะโหลกจะเป็นของเวียนส์ที่ติดตัวมา แต่อวัยวะใบหน้าใหม่เป็นส่วนผลมที่ได้รับการบริจาคมาทั้งสิ้น

อย่างไรก็ตาม มีสิ่งหนึ่งบนใบหน้าที่ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของเวียนส์ไม่เปลี่ยนแปลง นั่นก็คือเคราแพะ ซึ่งโชคดีว่า เซลล์ผิวหนังของผู้ที่บริจาคมาสามารถสร้างหนวดและเคราได้ โดยครอบคลุมถึงผมบริเวณด้านหน้าด้วย

"ใบหน้าที่เขาได้รับ สามารถปลูกผม ปลูกหนวดได้เหมือนผู้ชายปกติทั่วๆ ไป" ดร.จานิสกล่าว โดยได้อธิบายถึงความก้าวหน้าบนใบหน้าของเวียนส์เพิ่มเติมว่า เวียนส์สามารถรับรู้ถึงแรงกดบนใบหน้า ซึ่งภายใน 6-9 เดือนข้างหน้า เวียนส์ก็จะสามารถรู้สึกถึงแสง และเคลื่อนไหวหน้ากับปากได้ปกติ

ทั้งนี้ การพูดของเวียนส์ในปัจจุบันยังค่อนข้างผิดเพี้ยนอยู่บ้าง แต่ทางทีมแพทย์ต่างหวังว่าอาการดังกล่าวจะดีขึ้นตามลำดับหลังจากที่ระบบประสาททั้งหมดทำงานเข้าที่เข้าทางแล้ว

หลังการผ่าตัด สิ่งแรกที่เวียนส์สัมผัสได้ก็คือกลิ่นหอมอร่อยของลาซานญา ตามด้วยกลิ่นหอมของดอกไม้ที่บรรดาเพื่อนฝูงและญาติพี่น้องต่างหอบหิ้วมาให้กำลังใจไม่ขาดสาย

"พอรู้ว่าตัวเองดมได้อีกครั้ง มันเป็นความรู้สึกที่ช่างคุ้นเคยสำหรับผมจริงๆ" เวียนส์กล่าว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับเวียนส์ในครั้งนี้ กลับไม่ใช่การผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้า แต่เป็นปัญหาเรื่องดวงตา

"ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ว่าผมตาบอด แต่เป็นเพราะผมต้องปรับชีวิตเพื่อให้อยู่กับมันให้ได้"

ด้านคุณหมอจานิส ซึ่งเป็นนายแพทย์ที่ดูแลเวียนส์มาตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุกล่าวว่า แม้ว่า เวียนส์จะหลงเหลือตาขวาอยู่ แต่ความสามารถในการมองเห็นก็เป็นศูนย์ด้วยเช่นกัน แต่อย่างน้อยก็ยังโชคดีที่ว่า ร่อยรอยดังกล่าวสามารถช่วยให้ทีมแพทย์รู้ว่า ดวงตาของเวียนส์มีลักษณะอย่างไร อยู่ตรงไหน เพื่อให้การผ่าตัดปรับเปลี่ยนดวงตาใกล้เคียงกับธรรมชาติได้มากที่สุด

แม้ว่า คุณหมอโพมาแฮคจะเคยกล่าวว่า หมดหวังกับการที่ดวงตาของเวียนส์จะกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง แต่ด้วยความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีในปัจจุบัน ส่งผลให้ความคิดดังกล่าวสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต

ทั้งนี้ การแพทย์สมัยใหม่ได้เริ่มต้นค้นหาวิธีการปลูกถ่ายใบหน้าเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีประสบอุบัติเหตุร้ายแรง หรือมีปัญหาในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา โดยการผ่าตัดปลูกถ่ายใบหน้าครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเดือน พ.ย. ปี 2548 ในฝรั่งเศส ซึ่งคนไข้รายนั้น ได้รับคาง ริมฝีปาก จมูก และส่วนต่างๆ ของใบหน้ามาจากผู้บริจาค หลังจากโดนสุนัขกัด

"ผมหวังว่าวิทยาการดังกล่าวจะได้รับการพัฒนาต่อยอดและก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น" คุณหมอโพมาแฮคกล่าว

ส่วน เวียนส์ ซึ่งมีความรู้สึกเหมือนตายแล้วเกิดใหม่กล่าวว่าได้วางแผนที่จะกลับไปพักฟื้นที่บ้านในเท็กซัสท่ามกลางครอบครัวในเร็ววัน พร้อมดำเนินชีวิตตามปกติ และกลับไปเรียนหนังสือต่อแม้ว่า การผ่าตัดจะประสบความสำเร็จ แต่เวียนส์ก็ยังจำเป็นที่จะต้องทานยากดภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายต่อต้านใบหน้าที่ได้รับบริจาคมา

กระนั้น สิ่งนั้นก็ดูจะไม่เป็นปัญหาสำหรับเวียนส์ อีกต่อไป เพราะในที่สุด เวียนส์ก็สามารถกอดลูกสาววัย 4 ขวบ ไว้ในอ้อมแขน และรับสัมผัสจูบจากสาวน้อยได้อีกครั้ง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท