posttoday
ฟ้าใหม่ ภายใต้สนธิสัญญาลิสบอน

ฟ้าใหม่ ภายใต้สนธิสัญญาลิสบอน

07 กุมภาพันธ์ 2553

8...ทีมข่าวต่างประเทศ

ผ่านร้อนผ่านหนาวและโรมรันกันมานานกว่า 8 ปี กว่าที่สหภาพยุโรป (อียู) จะลุล่วงกับ “สนธิสัญญาลิสบอน” (Lisbon Treaty) สนธิสัญญาฉบับใหม่ถอดด้ามที่มุ่งเน้นปฏิรูปโครงสร้างภายในอียู ที่เชื่อมั่นกันว่าคือการสร้างพลังและอำนาจในการต่อรองกับความท้าทายต่างๆ ในเวทีโลก

เดวิด ลิปแมน หัวหน้าคณะผู้แทนสหภาพยุโรป ประจำประเทศไทย กล่าวในระหว่างการบรรยายพิเศษเรื่อง สนธิสัญญาลิสบอน กับอนาคตของอียู ซึ่งจัดขึ้นที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ว่า อียูไม่ได้กำลังจัดการกับโครงสร้างและการเปลี่ยนแปลงของขนาดและจำนวนสมาชิกที่ใหญ่ขึ้นเท่านั้น แต่เรากำลังเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ในโลกที่เกิดขึ้นมากมาย

ปัจจุบัน อียูมีประเทศสมาชิกอยู่ 25 ประเทศ จากเดิมที่มีเพียง 6 ประเทศ ซึ่งถือเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ที่มีความแตกต่างและหลากหลาย

ทั้งนี้ ลิปแมน ระบุว่า อียูเชื่อมั่นว่าการปรับโครงสร้างในครั้งนี้ จะทำให้มีความ “โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น”

เช่นเดียวกันกับบรรดาผู้นำที่ร่วมฉลองการเปิดประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของอียู ซึ่งสนธิสัญญาดังกล่าวได้มีผลการบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. ปีที่แล้วเป็นต้นมา

“วันนี้เรากำลังเปิดหน้าใหม่ของประวัติศาสตร์ในความร่วมมือของยุโรป เราพลิกไปสู่ความเป็นสหภาพยุโรปโดยแท้จริงที่จะจัดการกับความท้าทายต่างๆ ที่อยู่ตรงหน้าได้ดีขึ้น เรากำลังพ้นจากหมอกควันและความไม่แน่นอนที่มีมายาวนาน” เฟรดริก ไรน์ฟิลด์ นายกรัฐมนตรีสวีเดน กล่าว

สนธิสัญญาลิสบอนคล้ายเป็นรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ของอียู ซึ่งเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเพื่อการทำงานที่เหมาะสมและตอบรับกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของโลก โดยสภายุโรป (European Parliament) จะมีบทบาทชัดเจนและอำนาจมากขึ้นในการพิจารณาร่างกฎหมายและอนุมัติงบประมาณ ในขณะเดียวกันกับที่รัฐสภาของประเทศสมาชิกก็มีส่วนร่วมในการพิจารณาร่างกฎหมายของอียู

นอกจากนี้ ในเรื่องของโครงสร้างภายในแล้ว สนธิสัญญาลิสบอนจะมีความชัดเจนมากขึ้นเรื่องของการดำเนินการความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ขจัดความยากจนในประเทศที่สาม และให้ความสำคัญในเรื่องของนโยบายด้านสภาพแวดล้อม ซึ่งเมื่อเทียบกับนานาประเทศแล้ว ประเทศต่างๆ ในแถบยุโรปถือว่ามีความตื่นตัวในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก

แต่ทว่ากับการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อมที่ผ่านมา กลับไม่ได้เห็นบทบาทของอียูในการมีส่วนช่วยร่วมในการตัดสินใจในฐานะแกนนำสำคัญมากเท่าๆ กับทางจีนหรือสหรัฐ ดังนั้นการปรับโครงสร้างครั้งนี้ อาจจะทำให้อียูมีความชัดเจนและมีอำนาจและพลังในเรื่องในเวทีว่าด้วยเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศมากยิ่งขึ้น

สำหรับประเด็นที่หลายฝ่ายวิจารณ์ว่าสนธิสัญญาครั้งนี้จะเป็นการลดอำนาจประเทศใหญ่ อย่าง อังกฤษ ลงมา หรือสร้างฐานอำนาจโดดเด่นให้กับบางประเทศนั้น ลิปแมน ระบุว่า ไม่มีความเป็นไปได้ เพราะสนธิสัญญานี้จะเน้นความเสมอภาคและต้องเป็นความเห็นที่สอดคล้องกันของทั้ง 27 ประเทศสมาชิก

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี เคยเสนอชื่ออดีตนายกรัฐมนตรี โทนี แบลร์ ขึ้นรั้งตำแหน่งประธานสหภาพยุโรปเป็นการเปิดศักราชเป็นคนแรก แต่ทว่าก็ถูกสลัดตกลงในที่สุด เนื่องจากเสียงคัดค้านในกรณีที่แบลร์มีท่าทีสนับสนุนการทำสงครามอิรัก ดังนั้นตำแหน่งนี้จึงตกเป็นของเฮอร์แมน แวนรอมปุย อดีตนายกรัฐมนตรีเบลเยียม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าไม่ได้ต้องการให้ตำแหน่งนี้ตกเป็นของผู้ที่รักษาและท่าทีที่แข็งกร้าว และพยายามสร้างความสมดุลภายในอียู

ส่วนอีกหนึ่งตำแหน่งคือ ผู้แทนระดับสูงด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ซึ่งเป็นของแคทรีน แอชตัน โดยทั้งสองตำแหน่งก็จะต้องทำหน้าที่เป็นตัวแทนของประชาชนกว่า 500 ของอียู ในการเจรจาต่อรองกับผู้นำรุ่นใหญ่ของยักษ์ใหญ่อย่าง สหรัฐ รัสเซีย จีน และอำนาจต่างๆ ในเวทีโลก กับอีกหลายเรื่องที่อียูต้องสะสาง ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์และวิกฤตเศรษฐกิจ ภาวการณ์เปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ หรือแม้กระทั่งเรื่องสงครามอัฟกานิสถาน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลานี้ยังเป็นช่วงของการเริ่มต้นและการเปลี่ยนถ่ายการบริหารอำนาจและการจัดการภายใน ซึ่งก็เห็นได้ชัดว่ายังคงมีความสับสนภายใน อย่างในกรณีของการจัดการประชุมอียูสหรัฐ ที่ทางนายกรัฐมนตรีสเปน ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนได้เชิญประธานาธิบดี บารัก โอบามา เข้าร่วมการประชุม ทั้งที่ตามสนธิสัญญาฉบับใหม่แล้ว การประชุมในระดับผู้นำควรจะเป็นหน้าที่ของแวนรอมปุยได้โชว์บทบาท ซึ่งก็สร้างความสับสนกับทั้งทางสหรัฐและในสายตานานาประเทศ ซึ่งประธานาธิบดีโอบามาก็ปฏิเสธในการเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว

ผลกระทบกับไทยและอาเซียน

จากการเปลี่ยนแปลงว่าด้วยสนธิสัญญาดังกล่าว จะทำให้สำนักงานคณะผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรป (The Delegation of the European Commission) เปลี่ยนแปลงเป็นสำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรป (The Delegation of the European Union) ซึ่งขึ้นตรงกับผู้แทนระดับสูงด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ซึ่งคาดว่าจะมีความคล่องตัวและสร้างเอกภาพมากยิ่งขึ้น

ดังนั้น หลังจากนี้การทำงานและนโยบายของแอชตันเป็นที่จับตามองต่อไป

ด้านลิปแมน ระบุว่า ความสัมพันธ์ระหว่างอียูและประเทศสมาชิกอาเซียน รวมทั้งไทยดำเนินไปด้วยดีในขณะนี้ ซึ่งแต่ละประเทศก็มีการตกลงและความร่วมมือที่แตกต่างและเหมาะสมกันไปในแต่ละประเทศ ซึ่งคาดว่าหลังจากนี้ก็คงจะมีความชัดเจนในเรื่องของการพัฒนาความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่างกันต่อไป

ข่าวล่าสุด

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69

ถ่ายทอดสด เอฟเวอร์ตัน พบ เชลซี พรีเมียร์ลีก วันนี้ 16 ต.ค.69