posttoday
ใจพเนจรที่ไม่หลงทางกับฟันกลางวัน

ใจพเนจรที่ไม่หลงทางกับฟันกลางวัน

01 พฤษภาคม 2554

ภาพพระราชพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลียม

ภาพพระราชพิธีเสกสมรสระหว่างเจ้าชายวิลเลียม

 และ (เจ้าหญิง) แคเธอรีน สะกดทั้งโลกให้หยุดเคลื่อนไหว ระหว่างนั้นสาวๆ ค่อนโลกเคลิ้มฝัน (กลางวัน) ว่า “ถ้าเป็นเจ้าหญิง ฉันจะ”

 ขณะที่ชายหนุ่มค่อนประเทศอาจจะเคลิ้มฝัน (กลางวัน) ว่า “ถ้าได้เจอสาวฮอตเรยา แห่งดอกส้มสีทองในชีวิตจริง ฉันจะ”

“ฝันกลางวัน” ไม่ใช่เรื่องผิดแปลก ปุถุชนคนธรรมดาล้วนเคยอยู่ในอาการเช่นนี้ เพียงแต่ว่าเราต่างฝันคนละเรื่อง และเราใช้เวลากับกิจกรรมนี้ไม่เท่ากัน

นักวิชาการในโลกตะวันตกหลายคณะเคยทำวิจัยเรื่องฝันกลางวันอย่างจริงจังและได้ผลออกมาคล้ายคลึงกันว่า ผู้คนในโลกนี้ใช้เวลา (เกือบ) ครึ่งหนึ่ง ระหว่างตื่นนอนหมดไปกับการฝันกลางวัน!!!

อาการฝันกลางวันที่ว่าคือ การเสียสมาธิจากกิจกรรมซึ่งกำลังทำอยู่ โดยปล่อยให้จิตใจพเนจรไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะครุ่นคิดถึงอดีต อนาคต หรือจินตนาการถึงสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง นักวิชาการบางคนเรียกอาการนี้ว่า “ดูวิดีโอส่วนตัวอยู่ในใจ”

 

ใจพเนจรที่ไม่หลงทางกับฟันกลางวัน

 ในฝัน (กลางวัน) เราอาจจะได้ใช้เวลาพักร้อนอย่างหรูหราและสุขสันต์กับ จอห์นนี เด็ปป์ หรือ แองเจลินา โชลี แต่ในความเป็นจริงนักฝันกลางวันอาจจะไม่มีความสุขในชีวิตนัก จึงขอหลบเร้นจากไปชั่วครู่ชั่วยาม การสร้างวิมานในอากาศว่าฉันเป็นพระเอกนางเอก เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง ร่ำรวย หรือประสบความสำเร็จ ทั้งหมดคือการหลบหนีจากความผิดหวังและการประนีประนอมในชีวิตประจำวัน

นอกจากความสุขเพียงครู่ยาม ฝันกลางวันอาจจะไม่ได้ให้อะไรกับเรามากนัก ใครๆ ที่หวังดีจึงพร่ำบอกว่า “จงมีชีวิตอยู่กับปัจจุบัน” เพราะฝันกลางวันนั้นรังแต่จะทำให้สูญเวลาโดยเปล่าดาย ไม่ช่วยให้งานการคืบหน้า เป้าหมายที่ตั้งไว้ก็ไปไม่ถึง ยิ่งถ้าฝันมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดอาการเสพติด ตามมาด้วยปัญหา ไม่ว่าจะเรื่องงาน การเรียน หรือความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้าง

เพราะมองเห็นแต่แง่ลบทำให้ฝันกลางวันกลายเป็นสิ่งต้องห้าม “อย่ามัวแต่นั่งฝันกลางวัน” แต่นักวิจัยบางกลุ่มกลับเห็นต่าง เพราะพวกเขาเชื่อว่า การที่จิตใจพเนจรไปเรื่อยๆ นอกจากจะทำให้คลายเครียด ลดความกลัว และวิตกกังวลภายในใจแล้วยังทำให้ผู้คนได้หวนรำลึกอดีต ได้วางแผนอนาคต

ผลการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ยังบอกอีกว่า ระหว่างฝันกลางวันสมองมนุษย์จะทำงานหนักมากขึ้น ช่วงนี้เองทำให้เราคิดแก้ไขปัญหาใหญ่ๆ ของชีวิตได้ดีกว่าตอนที่นั่งเค้นเฟ้นหาคำตอบเกี่ยวกับเรื่องนี้แบบจริงๆ จังๆ ที่สำคัญ ฝันกลางวันยังช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ และเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดผลงานใหม่ขึ้นมา

แทบทุกอย่างในโลกนี้ล้วนเกิดจากฝันกลางวัน นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ หรือศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ต่างสร้างสรรค์ผลงานชั้นเลิศของพวกเขา โดยเริ่มต้นมาจากฝันกลางวัน เพียงแต่เราต้องใช้ “Day Dream Power” หรือ “พลังแห่งฝันกลางวัน” ให้เป็น

ฝันกลางวันจะเกิดผลในแง่บวกต่อเมื่อเราเรียนรู้ว่า เมื่อไหร่ควรจะหยุดฝันแล้วกลับคืนสู่ปัจจุบันขณะ และลงมือทำฝันนั้นให้เป็นจริง นักวิทยาศาสตร์ นักประดิษฐ์ หรือศิลปินผู้ยิ่งใหญ่สร้างสรรค์ผลงานชั้นเลิศของพวกเขาด้วยวิธีการเช่นนี้

คนตะวันออกรวมทั้งชาวพุทธดูเหมือนจะคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน เพราะเราถูกสอนมาเช่นนั้น (ถึงจะทำได้หรือไม่ก็ตามที) ฝันกลางวันอาจจะทำให้เราหลีกเร้นจากความเป็นจริงที่ไม่พึงใจชั่วครู่ แต่กลวิธีที่ดีที่สุดเพื่อต่อสู้กับปัญหา ความหวาดกลัว ความกังวลอย่างยั่งยืน คือ การเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบัน ไม่ว่าเมื่อวานนี้หรือเมื่อเดือนที่แล้วจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าพรุ่งนี้จะมีอะไร ชีวิตของทุกคนมีเพียงปัจจุบันขณะและจะเป็นเช่นนี้เสมอ

หากมนุษย์ปล่อยให้อดีตและอนาคตครอบงำปัจจุบันอย่างสิ้นเชิง เขาจะกลายเป็นคนขี้วิตกกังวล อารมณ์เสีย เคร่งเครียด และสิ้นหวัง การหลุดพ้นไปจากปัจจุบันทำให้เราพลาดสิ่งสำคัญบางอย่าง เพราะชีวิตไม่ใช่เสื้อผ้าที่จะซื้อหามาเปลี่ยนได้ และไม่มีใครรับประกันได้ว่า พรุ่งนี้จะมีชีวิตอยู่หรือเปล่า เราจึงควรสนใจที่จะอยู่กับปัจจุบันมากกว่า

ถึงอย่างนั้นก็มีคนจำนวนหนึ่งตั้งคำถามเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน ทำนองว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องวางแผน ไม่ต้องคิดฝัน ไม่ต้องสนใจอนาคต (อันเป็นส่วนหนึ่งของฝันกลางวัน) ใช่ไหม”

 

ท่านติช นัท ฮันห์ พระสงฆ์ชาวเวียดนาม เคยตอบปัญหาคล้ายๆ กันนี้ไว้ในเว็บไซต์ของหมู่บ้านพลัมได้อย่างน่าสนใจว่า การคิดโครงการหรือคิดถึงอนาคตนั้นไม่ใช่ข้อห้ามแม้ในการฝึกปฏิบัติจิต

 

“ความจริงแล้วก็คือ เธอสามารถตั้งมั่นจิตอยู่ในปัจจุบัน และนำโครงการนั้นมาคิดค้นในปัจจุบัน โดยไม่จำเป็นต้องมีความกลัวหรือกังวลต่ออนาคต ไม่จำเป็นต้องสูญเสียตัวเองไปกับอนาคตหรือเสียใจในอดีต เมื่อเธอตั้งมั่นอยู่ในปัจจุบัน เธอจะสามารถนำเอาอดีตมาอยู่ในปัจจุบันเพื่อมองอย่างลึกซึ้งให้เข้าใจ เพราะฉะนั้นปัจจุบันมีความยิ่งใหญ่ที่จะบรรจุได้ทั้งอนาคตและอดีต เธอสามารถเรียนรู้จากอดีตที่ผ่านมาและวางแผนการในอนาคตในปัจจุบันขณะเท่านั้น พระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้เราไม่ถูกดึงไปกับความเสียใจ ความเป็นปมด้อยในอดีต หรือสูญเสียตนเองไปกับความกังวล ความกลัว ความไม่แน่ใจซึ่งอยู่ในอนาคต และเราสามารถจะทำอย่างนั้นได้ เมื่อเราตั้งมั่นอยู่ในปัจจุบันขณะอย่างเต็มเปี่ยม...”

 

จากความเห็นทางฝั่งวิทยาศาสตร์บวกกับฝ่ายจิตวิญญาณศาสนา เราจึง “บังอาจ” ตีความสรุปเอาเองว่า การฝันกลางวันกับการอยู่กับปัจจุบันขณะไม่ใช่สองเรื่องที่แปลกต่างกันสุดขั้ว ทว่าเป็นสองขั้นตอนจังหวะชีวิตที่ต้องจัดให้พอดี ต้องรู้ทิศรู้เท่าทัน ไม่ใช่ปล่อยให้ใจหลงทางไปกับฝันกลางวันจนหาทางกลับมาสู่ความเป็นจริงไม่เจอ

มาเถิดมา นอนหนุนก้อนเมฆแล้วฝันกลางวันกันเถอะ

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง