posttoday
เศรษฐกิจสหรัฐ ลุ้มๆ ดอนๆ ใกล้สิ้นยุคอิทธิพลหมายเลข 1

เศรษฐกิจสหรัฐ ลุ้มๆ ดอนๆ ใกล้สิ้นยุคอิทธิพลหมายเลข 1

01 พฤษภาคม 2554

 เศรษฐกิจสหรัฐ ชะลอตัวมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

 เศรษฐกิจสหรัฐ ชะลอตัวมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้

 
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

เศรษฐกิจสหรัฐ ชะลอตัวมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ โดยช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ ขยายตัวเพียง 1.8% หลังจากที่เคยขยายตัวสูงถึง 3.1% ช่วงไตรมาส 4 ของปีที่แล้ว ขณะที่ตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์อยู่ที่ 2% ปัจจัยที่นักวิเคราะห์อ้างมาจากการที่ราคาพลังงานสูงขึ้น จนยังผลให้ต้นทุนทางธุรกิจสูงขึ้นตามไปด้วย และกระทบต่อเนื่องจนทำให้ผู้บริโภคลังเลที่จะใช้จ่าย ซึ่งการใช้จ่ายถือเป็นสัดส่วนถึง 3 ใน 4 ของระบบเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งมีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

เศรษฐกิจสหรัฐ ลุ้มๆ ดอนๆ ใกล้สิ้นยุคอิทธิพลหมายเลข 1

ปัจจัยที่รัฐบาลสหรัฐ ระบุว่า การใช้จ่ายของภาครัฐปรับลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่ปี 1983 รวมถึงแรงหนุนจากการใช้จ่ายของภาคครัวเรือนลดลงเช่นกัน ซึ่งก่อนหน้านี้มีการเปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในสหรัฐ ซึ่งปรับลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 1 เดือน โดยอยู่ที่ 45.1 จุด จาก 42.6 จุดช่วงเดือน มี.ค.

ขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือน ซึ่งกินสัดส่วนถึง 70% ของระบบเศรษฐกิจของประเทศ ปรับลดลงมาอย่างเหนือความคาดหมายเช่นกัน โดยขยายตัวเพียง 2.7% จากช่วงไตรมาส 4 ของปีที่แล้วซึ่งสูงถึง 4%

ส่วนสถานการณ์ในตลาดแรงงานย่ำแย่ลงเช่นกัน โดยยอดผู้ขอรับความช่วยเหลือภายหลังจากว่างงานปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้งอย่างเหนือความคาดหมาย ทั้งยังอยู่ในระดับสูงสุดในรอบ 3 เดือน โดยเพิ่มขึ้นจาก 2.5 หมื่นราย มาอยู่ที่ 4.29 แสนราย

นอกจากนี้ ท่าทีของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในฐานะผู้กุมชะตากรรมเศรษฐกิจของประเทศ ยังมีความสับสนและไม่แน่นอน หลังจากที่ เบน เบอร์แนนคี ผู้ว่าการ เฟด ประกาศที่จะยุติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบ 2 หรือ QE2 ตามกำหนดการเดิมในเดือน มิ.ย. ทั้งๆ ที่โดยสภาพเศรษฐกิจล่าสุด อาจจำเป็นที่จะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ทั้งนี้ แถลงการณ์อย่างเป็นทางการของ เฟด ระบุตัวเลขคาดการณ์ไว้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะขยายตัวที่ 3.13.3% ในปีนี้ ซึ่งแม้จะต่ำกว่าที่เคยประเมินไว้ แต่ยังนับว่าสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของ เบอร์แนนคี ที่เชื่อว่าจะขยายตัวที่ราว 2% ถือเป็นอัตราที่แสดงถึงอาการค่อนข้างอ่อนแรง

กระนั้นก็ตาม ตัวเลข จีดีพี ล่าสุด อาจทำให้ เฟด ต้องหนักใจ และสับสนยิ่งขึ้น

สถานการณ์ที่เกิดขึ้น ประจวบเหมาะกับที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยรายงานการศึกษาที่ระบุว่า สหรัฐจะสูญเสียฐานะมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 1 ให้กับจีน ภายในปี 2016

การประเมินของ ไอเอ็มเอฟ ยังเป็นรายงานข่าวที่หลุดมาถึงสื่ออย่างไม่เป็นทางการ โดยปรากฏครั้งแรกในคอลัมน์ MarketWatch ของหนังสือพิมพ์ Wall Street Journal ซึ่งผู้เขียนระบุไว้ว่า นับเป็นครั้งแรกที่องค์กรระดับโลกได้กำหนดวันเวลาที่ชัดเจน ถึงการสิ้นสุดของยุคอเมริกาครองโลก และจะติดตามด้วยยุคจีนครองโลก

คอลัมน์ดังกล่าวระบุว่า รายงานของ ไอเอ็มเอฟ ชี้ให้เห็นถึงผลเสียของการแย่งชิงอำนาจของพรรคการเมืองโดยชูประเด็นงบประมาณและหนี้สาธารณะ และสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่ประชาคมโลกจะได้รับจากความทรุดโทรมที่เกิดขึ้นในสหรัฐ

นอกจากนี้ ยังก่อให้เกิดความกังขาต่อเงินเหรียญสหรัฐ พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งเคยมีสถานะอันสูงส่งมานานหลายปี ในฐานะสินทรัพย์ที่มีความน่าเชื่อถือสูงที่สุดในโลก ตามสถานะของสหรัฐ ซึ่งเป็นผู้กุมอำนาจเดียวในเวทีโลกมานานหลายปี

“ตามการคาดการณ์ของ ไอเอ็มเอฟ ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้รับเลือกขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ในการเลือกตั้งปีหน้า ไม่ว่าจะเป็นโอบามา มิตต์ รอมนีย์ หรือโดนัลด์ ทรัมพ์ คนคนนั้นจะเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนสุดท้ายในยุคที่สหรัฐยังเป็นมหาอำนาจเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก” Wall Street Journal ระบุ

ทั้งนี้ หลังจากที่มีการเปิดเผยตัวเลขประเมินดังกล่าว ปรากฏกระแสวิตกในหมู่นักเศรษฐศาสตร์ และชาวอเมริกันว่า อาจถึงเวลาที่โลกจะพ้นยุคอิทธิพลของสหรัฐในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า หลังจากสูญเสียตำแหน่งให้กับจีน

อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจและนักลงทุนหลายราย เชื่อว่าขณะนี้ถึงเวลาที่จีนจะผงาดขึ้นมาอย่างแท้จริง และถึงเวลาที่สหรัฐจะเข้าสู่ยุคถดถอย หมดสิ้นอิทธิพลในฐานะมหาอำนาจอันดับ 1 ของโลก ทั้งในทางการเมืองและเศรษฐกิจ

“ผมขอบอกว่า ในวันที่เมื่อผมเดินทางไปยังจีน ผมพบคนในรัฐบาลหลายคนที่มีความสนใจที่จะเรียนรู้เกี่ยวกับบทบาทของกองทุนในการกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคธุรกิจ มากกว่าที่ผมจะพบในรัฐบาลสหรัฐ” เดวิด รูบินสไตน์ กรรมการผู้จัดการของบริษัท Carlyle Group กล่าวกับสำนักข่าวรอยเตอร์ส ซึ่งบริษัทดังกล่าวเป็นบริษัทกองทุนรวมที่ใหญ่ที่สุดในโลก

น้ำหนักของกระแสคาดการณ์ดังกล่าวเริ่มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่บริษัท Standard and Poor’s ขู่ที่จะปรับลดความน่าเชื่อถือทางการเงินของสหรัฐลง หากระดับหนี้สินสาธารณะยังสูงมาก ซึ่งขณะนี้สูงที่สุดนับตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และมากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากญี่ปุ่น ซึ่งเพิ่งสูญเสียฐานมหาอำนาจเศรษฐกิจอันดับ 2 ของโลกให้กับจีนไปเมื่อไม่นานมานี้

อาจกล่าวได้ว่า การสิ้นอิทธิพลของสหรัฐและญี่ปุ่น และจำต้องหลีกทางให้กับจีน เป็นผลมาจากการก่อหนี้มหาศาล

ตรงกันข้ามกับจีนที่เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ที่สุดในโลก ผ่านการถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ

 

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย