
ศึกสมาร์ตโฟนเดือดทะลุปรอท ฟ้องมาก็ต้องฟ้องกลับ..!
ตลาดโทรศัพท์อัจฉริยะ หรือสมาร์ตโฟนเข้าสู่จุดเดือดทะลุปรอท หลังจากที่ทั้งสองค่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของโลก
ตลาดโทรศัพท์อัจฉริยะ หรือสมาร์ตโฟนเข้าสู่จุดเดือดทะลุปรอท หลังจากที่ทั้งสองค่ายโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ของโลก
ยื่นฟ้องกันแบบตาต่อตาฟันต่อฟันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
เริ่มจากแอปเปิลของซีอีโอชื่อดัง อย่างสตีฟ จ็อบส์ ที่ยื่นฟ้องบริษัทซัมซุงจากเกาหลีใต้ ต่อศาลสหรัฐ ในข้อหาลอกเลียนแบบไอโฟน และไอแพด โดยเฉพาะโทรศัพท์เคลื่อนที่และแท็บเล็ต ตระกูลกาแล็คซี่ของซัมซุง ที่ดูคล้ายกับไอโฟนและไอแพดอย่างแทบมองไม่ออก
เพียงสัปดาห์เดียวให้หลัง ซัมซุงประกาศว่าจะตอบโต้ไอโฟนอย่างแน่นอนนั้น ก็ได้ฟ้องกลับไอโฟนในทันที 3 ประเทศ คือ ที่เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และเยอรมนี ว่า แอปเปิลกำลังละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีในการส่งข้อมูลกว่า 10 รายการของโทรศัพท์ซัมซุง จนถึงกับทำให้ทางด้านสตีฟ ดาวลิง โฆษกของบริษัท แอปเปิล เงียบกริบ ไม่ให้ความเห็นต่อการถูกย้อนศรในครั้งนี้
ความเคลื่อนไหวของซัมซุงในครั้งนี้ ถือว่ายิ่งทำให้การต่อสู้ทางกฎหมายของสองบริษัทยักษ์ใหญ่นี้ร้าวฉานมากขึ้นไปอีก ทั้งๆ ที่แอปเปิลถือว่าเป็นลูกค้าของซัมซุงที่ต้องซื้อจอแอลซีดี และชิปประมวลผลของซัมซุงอยู่
ก่อนหน้านี้ สตีฟ จ็อบส์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของแอปเปิล ได้ส่งสัญญาณมาบ้างแล้วว่าแอปเปิลอาจจะต้องเผชิญหน้ากับการ “ลอกเลียนแบบ” ตลอดปีนี้ โดยได้กล่าวว่าปี 2011 จะเป็นปีแห่งการ “ลอก” (Yeas of Copycats)
ชางซีจิน ศาสตราจารย์ด้านธุรกิจจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์กล่าวว่า การยื่นฟ้องซัมซุงของแอปเปิลนั้น เป็นเพียงการเตะบอลใส่ซัมซุงเพื่อลองเชิงเท่านั้น
“ธุรกิจนี้ถือเป็นธุรกิจที่เขี้ยวมาก วิธีที่จะต่อกรได้ก็คือการฟ้องกลับ ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างผู้บริหารของซัมซุง หรือแอปเปิล แต่จะเป็นการต่อสู้ของทนายความบริษัททั้งสอง”
ขณะเดียวกันชางซีจิน ยังเห็นว่าการฟ้องร้องซัมซุงนั้นอาจจะเป็นความพยายามของแอปเปิลที่จะลองลดการพึ่งพาซัมซุงลงบ้าง เนื่องจากแอปเปิลต้องพึ่งพาการขอซื้อแอลซีดี และชิปประมวลผลจากซัมซุงในปริมาณมหาศาล
แต่กระนั้น แอปเปิลก็ยังหาซัพพลายเออร์รายใหม่ที่มีศักยภาพและราคาถูกเช่นซัมซุงไม่ได้
“ดังนั้น แอปเปิลก็ไม่กล้าเสี่ยงจะทิ้งซัมซุงเช่นกัน”
ในอีกด้านหนึ่ง การฟ้องกลับของซัมซุงต่อแอปเปิลนั้น เป็นการฟ้องต่อศาลกรุงโซลของเกาหลีใต้ ว่าแอปเปิลละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีของซัมซุงถึง 5 รายการ ฟ้องต่อศาลกรุงโตเกียวของญี่ปุ่นว่าละเมิด 2 รายการ และฟ้องต่อศาลในเยอรมนีว่าละเมิด 1 รายการ โดยทั้งหมดเป็นการละเมิดเกี่ยวกับเทคโนโลยีการส่งข้อมูลจากโทรศัพท์ทั้งสิ้น
“ซัมซุงได้ตอบโต้ทางกฎหมายอย่างทันทีทันใด เพื่อปกป้องสิทธิบัตรทางปัญญาของเราและสร้างความมั่นใจได้ว่า เราจะสานต่อนวัตกรรมใหม่ๆ ต่อไป และจะเดินหน้าเติบโตในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมต่อไป” ซัมซุงระบุในแถลงการณ์
ขณะที่การฟ้องซัมซุงของแอปเปิลนั้น แอปเปิล ระบุว่า ซัมซุงได้ลอกเลียนแบบการใช้งานของอุปกรณ์มากกว่า 15 รายการ เช่นลักษณะการเลือก การขยาย และการเลื่อนหน้าจอของอุปกรณ์ตระกูลกาแล็คซี่ที่ลอกเลียนแบบมาจากแอปเปิล
นอกจากนั้น ซัมซุง ยังละเมิดสิทธิบัตรอีก 3 รายการ ในเรื่องการออกแบบสินค้า โดยแอปเปิล ระบุว่า การออกแบบโทรศัพท์และแท็บเล็ตตระกูลกาแล็คซี่นั้น จงใจลอกเลียนแบบผลิตภัณฑ์ของแอปเปิลโดยเฉพาะ
แอปเปิลได้เรียกร้องต่อศาลให้มีคำสั่งห้ามการละเมิดสิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้าของแอปเปิลต่อไป พร้อมกับเรียกร้องเงินชดเชย และเงินค่าใช้จ่ายในการโฆษณา เพื่อชี้แจงกรณีที่เกิดขึ้นในอนาคตด้วย
ทิม คุก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ซึ่งกำลังทำหน้าที่คุมบังเหียนแอปเปิลแทนสตีฟ จ็อบส์ ถึงกับกล่าวว่า ซัมซุงกำลัง “ล้ำเส้น” มากเกินไป
การต่อสู้ทางกฎหมายระหว่างซัมซุงและแอปเปิลนั้น ยิ่งเป็นการเพิ่มดีกรีของตลาดสมาร์ตโฟนโลกให้ร้อนระอุมากยิ่งขึ้น หลังจากที่การต่อสู้กันระหว่างระบบปฏิบัติการทั้งหลายกำลังขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดเลือดพล่านมากที่สุด ทั้งระบบไอโอเอสของแอปเปิลที่ใช้ในโทรศัพท์ไอโฟนและแท็บเล็ต ไอแพด กับระบบแอนดรอยด์จากกูเกิล ที่หลายบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์เลือกเป็นพันธมิตร ไม่ว่าจะซัมซุง โมโตโรล่า เอชทีซี และอีกหลายบริษัท ซึ่งกำลังมาแรงอย่างที่สุด โดยในปีนี้ครองส่วนแบ่งในตลาดโลกไปแล้ว 39.5% ส่วนแอปเปิล ครองไป 15.7% เท่านั้น
ขณะที่ในตลาดแท็บเล็ตนั้น ไอแพดจากฝั่งแอปเปิลยังถือว่าครองตลาดส่วนใหญ่อยู่ โดยมีส่วนแบ่งยอดขายในตลาดโลกเฉพาะปีนี้ราว 2 ใน 3
แต่กระนั้น การขึ้นมาเทียบชั้นจากระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ก็ยิ่งทำให้แอปเปิลต้องใช้วิธีการต่อสู้ทางการกฎหมายมาตลอด โดยนอกเหนือจากการฟ้องซัมซุงแล้ว แอปเปิลยังมีคดีกับโมโตโรล่าและไมโครซอฟท์อีกด้วย
“แอปเปิลค่อนข้างที่จะรู้สึกตระหนักต่อการขึ้นมาอย่างรวดเร็วของซัมซุงในตลาดที่ตัวเองเห็นว่าเป็นผู้สร้างขึ้นมา ซึ่งถือเป็นภัยคุกคามอย่างสิ่งที่ซัมซุงได้นั้นสามารถจับตลาดได้อย่างรวดเร็ว และแอปเปิลอาจจะรู้สึกได้แล้วว่าจะต้องเบรกซัมซุงบ้าง ก่อนที่แอปเปิลจะออกไอโฟนเวอร์ชันล่าสุดในเดือน พ.ค.นี้” เจมส์ ซอง นักวิเคราะห์จากแดวู ซิเคียวริตี กล่าว







