posttoday
มนต์รัก ณ ลอนดอน ความหวังของอังกฤษ?

มนต์รัก ณ ลอนดอน ความหวังของอังกฤษ?

24 เมษายน 2554

หลายฝ่ายต่างมองว่าผลกำไรที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินที่แพร่สะพัด แต่เป็นผลตอบแทนในระยะยาวจากการได้โปรโมตประเทศอังกฤษ....

หลายฝ่ายต่างมองว่าผลกำไรที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินที่แพร่สะพัด แต่เป็นผลตอบแทนในระยะยาวจากการได้โปรโมตประเทศอังกฤษ....

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ

วินาทีที่เจ้าชายวิลเลียมทรงประกาศหมั้นกับเคต มิดเดิลตัน สตรีที่ทรงคบหาดูใจเมื่อเดือน พ.ย. 2553 บรรยากาศของประเทศอังกฤษที่เงียบเหงาซบเซามานานอันเนื่องมาจากภาวะกดดันทางเศรษฐกิจก็เริ่มอบอวลด้วยความชื่นมื่นในเรื่องราวที่น่ายินดีครั้งนี้

มนต์รัก ณ ลอนดอน ความหวังของอังกฤษ?

ขณะเดียวกัน ภายในใจของใครหลายคนก็เริ่มเรืองรองด้วยความหวังถึงโอกาสที่เศรษฐกิจจะกลับมาคึกคักอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านธุรกิจการท่องเที่ยว ซึ่งการท่องเที่ยวนับเป็นอุตสาหกรรมที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศอังกฤษ ที่หลายฝ่ายคาดการณ์กันว่าจะมีนักท่องเที่ยวภายในประเทศและจากต่างประเทศแห่แหนกันมาเยือนกรุงลอนดอนกว่า 6 แสนคน เพื่อร่วมฉลองพิธีอภิเษกสมรสในวันที่ 29 เม.ย.นี้ ส่งผลให้ตัวเลขนักท่องเที่ยวจะเพิ่มขึ้นจากปกติถึง 1.1 ล้านคน

บรรดานักเศรษฐศาสตร์ต่างพยากรณ์ว่าผู้มาเยือนเหล่านี้จะมีการใช้จ่ายทั้งสิ้นประมาณ 57 ล้านปอนด์ (2,793 ล้านบาท) สำหรับเข้าร่วมงานปาร์ตี้เฉลิมฉลองในกรุงลอนดอนในวันพิธีอภิเษกสมรส โดยมาร์ก ดิ โทโร โฆษกจากวิสิทบริเทน หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศมองว่าในช่วงหลายปีต่อจากนี้ นักท่องเที่ยวจะหวนกลับมาเยี่ยมเยือนลอนดอนอีกครั้ง เพื่อตามรอยงานวิวาห์แห่งศตวรรษ และนั่นเท่ากับส่งผลต่อการท่องเที่ยวของประเทศอังกฤษโดยตรง

“ข้อดีของการท่องเที่ยวก็คือว่า มันเป็นธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องครอบคลุมหลายส่วน ทั้งร้านอาหาร โรงแรม การเดินทางอย่างเครื่องบิน หรือแม้กระทั่งคนขับรถแท็กซี่” ดิ โทโร กล่าว

อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจความคิดเห็นของชาวเมืองผู้ดี 2,000 คน โดย เดอะเทเลกราฟ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในอังกฤษพบว่า 34% ของผู้ตอบแบบสอบถาม วางแผนที่จะจัดงานเฉลิมฉลองตามแบบฉบับของตนเอง โดยเตรียมการสำรองอาหารและเครื่องดื่มไว้สำหรับในช่วงวันหยุดอีสเตอร์และวันแรงงาน ยิ่งไปกว่านั้น ในจำนวนนี้วางแผนที่จะใช้จ่ายในงานปาร์ตี้เฉลี่ยคนละ 29 ปอนด์ (ราว 1,421 บาท) ขณะที่มีจำนวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่จะควักสตางค์ในกระเป๋าเพื่อซื้อของที่ระลึก

ผลการสำรวจในครั้งนี้สอดคล้องกับที่ เดอะ เดลี เทเลกราฟได้คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ว่า ประชากรส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะนอนอยู่ในบ้านเพื่อติดตามชมการถ่ายทอดสดทางหน้าจอโทรทัศน์ ขณะที่มีเพียงส่วนน้อยที่ตั้งใจจะออกมาร่วมงานเลี้ยงเฉลิมฉลองที่จัดขึ้นตามท้องถนน

นั่นหมายความว่า งานพิธีดังกล่าวมีผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทว่าทางด้าน เวอร์ดิค บริษัทที่ปรึกษาด้านการวิจัยได้คำนวณไว้คร่าวๆ ว่า พิธีอภิเษกสมรสในครั้งนี้จะทำให้เงินแพร่สะพัดกว่า 620 ล้านปอนด์ (ราว 3 หมื่นล้านบาท) โดยเป็นเงินที่ชาวอังกฤษทั้งหลายใช้สำหรับอาหารและสินค้าที่ระลึกในช่วงวันหยุดต่อเนื่อง 4 วัน

“ยอดขายสินค้าปลีกลดลงอย่างน่าใจหายในช่วงหลายเดือนมานี้ เนื่องจากภาวะกดดันทางการเงินที่ผู้บริโภคได้รับ งานวิวาห์ในครั้งนี้ บวกกับวันหยุดพิเศษเพิ่มเติมเป็นประโยชน์อย่างมากในการกระตุ้นให้เกิดบรรยากาศในการจับจ่ายใช้สอย” ริชาร์ด ลิม นักเศรษฐศาสตร์จากสมาคมผู้ค้าปลีกแห่งอังกฤษ กล่าว

มนต์รัก ณ ลอนดอน ความหวังของอังกฤษ?

ทั้งนี้ ลิม มองว่าผลการสำรวจในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาอย่างแรงกล้าของชาวเมืองผู้ดีที่จะใช้เงินเพื่อการเฉลิมฉลองอย่างเต็มที่ อีกทั้งวันหยุดที่เพิ่มเข้ามาได้ยื่นโอกาสให้มีการซื้อขายสินค้าที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานพิธี แต่เป็นสินค้าที่เหมาะสำหรับวันหยุดพักผ่อน เช่น อุปกรณ์ทำสวน ส่งผลให้ผู้ค้าปลีกส่วนมากจะยังคงเปิดทำการในช่วงวันหยุดพิเศษด้วยหวังว่าบรรดาขาช็อปจะเข้ามาจับจ่ายใช้สอยสินค้าและบริการอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับพิธีแต่งงานในครั้งนี้

“ดูเหมือนว่าวันดังกล่าวจะเป็นวันที่ยุ่งวุ่นวายมากสำหรับเรา” ซาลมาน มูฮัมเหม็ด เจ้าของร้านขายของที่ระลึกในลอนดอนกล่าว
ทั้งนี้ มูฮัมเหม็ดเป็นหนึ่งในเจ้าของกิจการอีกหลายรายที่ต่างคาดหวังว่าจะได้ส่วนแบ่งกำไรมหาศาลจากงานพิธีในครั้งนี้ และทำทุกวิถีทางเพื่อคว้าเค้กชิ้นใหญ่ที่สุด เห็นได้จากข้อเสนอสุดพิเศษที่ทางเจ้าของโรงแรมหรือร้านอาหารเสนอให้กับลูกค้าในช่วงวันงานพิธี หรือที่บรรดาสื่อมวลชนท้องถิ่นขนานนามว่าเป็นราคาแบบเคต (Kate rate)

อย่างไรก็ตาม เอเอฟพีรายงานว่าหลายฝ่ายต่างมองว่าผลกำไรที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่จำนวนเงินที่แพร่สะพัด แต่เป็นผลตอบแทนในระยะยาวจากการได้โปรโมตประเทศอังกฤษผ่านการถ่ายทอดสดงานพิธีอภิเษกสมรสในครั้งนี้ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ชมทั่วโลกกว่า 2,000 ล้านคน โดย นาเดชดา โปโปวา นักวิเคราะห์ด้านการท่องเที่ยวจากยูโรมอนิเตอร์มองว่า นี่นับเป็นโอกาสอันดีของอังกฤษที่จะแสดงให้เห็นถึงความร่ำรวยทางวัฒนธรรม สถาปัตยกรรมที่เก่าแก่และขนบธรรมเนียมจารีตประเพณี อันมีส่วนช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจในยุคที่ฝืดเคืองเช่นนี้ได้เป็นอย่างดี

“แน่นอนว่า สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงลอนดอน อย่างพิพิธภัณฑ์แห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ หรือลอนดอนอาย ย่อมได้รับประโยชน์ไปเต็มๆ ทว่า ทัวร์นอกเมืองหรือตามชนบทก็ได้รับอานิสงส์ด้วย อย่างทัวร์พิเศษในบัคเคิลบูรี สถานที่ที่ เคต มิดเดิลตัน เติบโต มหาวิทยาลัยเซนต์แอนดรูว์ที่ทั้งสองพบกัน หรือแองเกิลซีย์ ทางตอนเหนือของเวลส์ สถานที่ที่ทั้งสองจะใช้ชีวิตร่วมกัน” โปโปวา กล่าว ทั้งยังแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่าพิธีแต่งงานในครั้งนี้เป็นเสมือนความหวังท่ามกลางภาวะยากลำบากทางเศรษฐกิจและมาตรการรัดเข็มขัดของรัฐบาลหลายประเทศ

ขณะที่ คีท สไปเซอร์ ผู้อำนวยการด้านการพาณิชย์ของ บริษัท บิ๊กบัสทัวร์ ซึ่งให้บริการทริปท่องเที่ยวในประเทศอังกฤษ อาบูดาบี ดูไบ ฮ่องกง และเซี่ยงไฮ้ มองว่า เรื่องราวความรักดุจเทพนิยายระหว่างเจ้าชายวิลเลียมและเคต มิดเดิลตัน ได้สร้างความซาบซึ้งตรึงใจให้กับผู้คนทั่วโลกจนอยากเดินทางมาเยือนอังกฤษเพื่อตามรอยความรักของคนทั้งคู่

ยิ่งไปกว่านั้น ท่ามกลางข่าวความวุ่นวายเลวร้ายต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก ข่าววิวาห์ของเจ้าชายวิลเลียมและเคต มิดเดิลตัน จึงถือเป็นเรื่องดีในยุคที่ข่าวดีฝืดเคืองเช่นนี้ โดย บิ๊กบัสทัวร์ ซึ่งมีเงินหมุนเวียนในธุรกิจสูงถึงปีละ 60 ล้านปอนด์ (ราว 2,940 ล้านบาท) คาดการณ์ว่าบริษัทจะต้องดูแลลูกค้ากว่า 1 แสนคนภายในเดือน เม.ย. 2554 นี้ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือน เม.ย. ปีก่อนหน้าที่มีจำนวนลูกค้าอยู่ที่ 9 หมื่นราย

“เรามองว่างานพิธีครั้งนี้จะก่อให้เกิดปัจจัยด้านบวกที่เรียกว่า ฟีลกู๊ด (ความรู้สึกดี) กระจายทั่วลอนดอนในช่วงเทศกาลวันหยุดอีสเตอร์และวันหยุดแรงงาน ซึ่งส่งผลต่อจำนวนผู้มาเยือนลอนดอนและการจับจ่ายใช้สอย” สไปเซอร์ กล่าว

มนต์รัก ณ ลอนดอน ความหวังของอังกฤษ?

แม้จะเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับประเทศอังกฤษและเหล่าเจ้าของธุรกิจไม่น้อย แต่มิวายมีเสียงพร่ำบ่นจากประชาชนคนธรรมดาเล็ดลอดออกมา ถึงจำนวนเงินมหาศาลที่จะต้องทุ่มลงไปกับพิธีอภิเษกสมรสสุดยิ่งใหญ่นี้ เพราะในขณะที่ทางราชวังและครอบครัวเศรษฐีอย่างตระกูลมิดเดิลตันจะเป็นผู้ควักกระเป๋าจ่ายค่าพิธีเอง ทว่า รัฐบาลจำต้องเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายในด้านการรักษาความปลอดภัยให้กับเหล่าผู้มีเกียรติทั้งหลายที่เข้าร่วมงาน โดยบรรดานักวิเคราะห์ประเมินกันว่าค่าใช้จ่ายนี้อาจมากกว่า 30 ล้านปอนด์ (ราว 1,470 ล้านบาท)

หากเป็นไปตามตัวเลขดังกล่าว ค่าใช้จ่ายนี้จะเทียบเท่ากับการรักษาความปลอดภัยประชาชนนับล้านๆ คน ตลอดจนบุคคลสำคัญในเมืองที่ขึ้นชื่อด้านการก่อการร้ายเลยทีเดียว

ทั้งนี้ การรักษาความปลอดภัยในช่วงโอลิมปิก ฤดูหนาวเมื่อปี 2553 ในบริติช โคลัมเบียมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 900 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 26.9 ล้านบาท) นั่นเท่ากับว่าการจัดงานในครั้งนี้ประเทศอังกฤษอาจได้ไม่คุ้มเสีย

ความกังวลดังกล่าวสอดคล้องกับที่ศาสตราจารย์สเตฟาน สไซมันสกี จากมหาวิทยาลัยลอนดอน ซิตี ซึ่งเห็นว่าแม้จำนวนนักท่องเที่ยวหรือผู้มาเยือนจะเพิ่มมากขึ้นก็จริง แต่ผลกระทบในเชิงเศรษฐกิจจะเป็นไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะไม่ว่าจะอยู่ในเหตุการณ์เช่นไร กรุงลอนดอนก็ยังคงเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ จึงไม่น่าส่งผลต่อรายได้จากการท่องเที่ยวที่มีอยู่เดิม

อย่างไรก็ตาม ศาสตราจารย์สไซมันสกีเห็นด้วยว่างานพิธีอภิเษกสมรสในครั้งนี้จะเป็นเวทีในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ประเทศได้เป็นอย่างดี ในฐานะจุดหมายปลายทางสุดบรรเจิดด้านการท่องเที่ยว เพราะข่าวที่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ทั่วโลกไม่ต่างอะไรกับการซื้อพื้นที่สื่อเพื่อการโฆษณา

“และเช่นเดียวกันกับการโฆษณา ไม่มีใครสามารถมั่นใจได้เต็มร้อยว่าจะมีรายได้กลับคืนมาเท่าไร” ศาสตราจารย์ กล่าว

ทั้งนี้ ไม่ว่าพิธีอภิเษกสมรสจะออกมาในรูปแบบใด สิ่งหนึ่งที่ชาวอังกฤษทุกคนตระหนักเป็นอย่างดี นอกเหนือจากประโยชน์ด้านการท่องเที่ยวที่รัฐบาลลอนดอนมุ่งหวังเป็นหนักเป็นหนาแล้ว ราคาค่างวดในการจัดงานนับเป็นตัวเลขที่ต้องจ่ายไม่น้อย แม้ว่า ทางผู้จัดงานอย่างสำนักพระราชวังจะเน้นย้ำให้มั่นใจอยู่เสมอว่างานพิธีในครั้งนี้ จะเป็นไปอย่างเรียบง่ายที่สุด แต่ก็ต้องสมฐานะของเจ้าชาย ว่าที่กษัตริย์ในอนาคตด้วยเช่นกัน

แซม แกรริตี พนักงานด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์มองว่า พิธีอภิเษกสมรสในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสอันดีในการสร้างความรู้สึกดีๆ บรรยากาศดีๆ ให้ปกคลุมทั่วประเทศอังกฤษที่ต้องอยู่ในภาวะยากลำบากเช่นนี้ เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับชาวอังกฤษ
“เราผ่านเรื่องเลวร้ายมาเยอะมาก เพราะฉะนั้น เราก็สมควรที่จะได้รับความเบิกบานยินดีจากการร่วมเฉลิมฉลองเรื่องมงคลในครั้งนี้ ผมคิดว่าความรู้สึกแบบนี้ไม่อาจประเมินออกมาเป็นมูลค่าได้” แกรริตี กล่าว 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท