
เตือนเอเชียสกัดทุนนอก
ชี้ยังเสี่ยงเผชิญเงินเฟ้อฟองสบู่กูรูเชื่อเงินเอเชียแข็งช่วยคุมเฟ้อ
ชี้ยังเสี่ยงเผชิญเงินเฟ้อฟองสบู่กูรูเชื่อเงินเอเชียแข็งช่วยคุมเฟ้อ
เอดีบีเตือนเอเชียหามาตรการรับมือทุนร้อนทะลัก
มาซาฮิโระ คาวาอิ ผู้บริหารระดับสูงประจำสาขาของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (เอดีบี) ในกรุงมะนิลา กล่าวในงานสัมมนาที่ฮ่องกงว่า ชาติเอเชียควรเร่งหาหนทางควบคุมเงินทุนไหลเข้า เพื่อรับมือกับปัญหาทุนร้อนไหลทะลักเข้ามาในภูมิภาค พร้อมเตือนว่า เอเชียยังเสี่ยงเผชิญกับปัญหาเงินเฟ้อขาขึ้น และฟองสบู่ภาคอสังหาริมทรัพย์
“ภายใต้แนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ทำให้ประเทศเกิดใหม่ยังคงเผชิญกับปัญหาเงินทุนไหลเข้า ซึ่งเป็นต้นเหตุของความท้าทายต่างๆ อาทิ การบริหารจัดการเศรษฐกิจมหภาค และการปฏิรูปภาคการเงิน” คาวาอิ กล่าว
นอกจากนี้ ผู้บริหารของเอดีบียังระบุว่าด้วยเหตุนี้การรวบรวมนโยบายต่างๆ เพื่อรับมือจึงเป็นสิ่งที่จำเป็น รวมทั้งการควบคุมเงินทุนไหลเข้า เพื่อจำกัดการผันผวนจากการไหลเข้าออกของเงินทุน
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และกำลังพัฒนา 24 ประเทศ ปฏิเสธแผนจัดการกับเงินทุนของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เพราะเห็นว่ามาตรการคุมทุนควรเป็นการตัดสินใจของแต่ละชาติ
ด้านบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางในเอเชียมีแนวโน้มจะปล่อยให้ค่าเงินหลายสกุลในภูมิภาคเอเชียแข็งค่าขึ้น พร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ
“ธนาคารกลางในเอเชียตั้งแต่จีน สิงคโปร์ และมาเลเซียต่างปล่อยให้สกุลเงินตัวเองแข็งค่าขึ้น เพื่อหวังช่วยควบคุมตัวเลขเงินเฟ้อ” ชิเกฮิชา ชิโรกิ หัวหน้าเทรดเดอร์ประจำภูมิภาคเอเชีย และกลุ่มตลาดเกิดใหม่จากธนาคารมิซูโกะ คอร์ปอเรต ในกรุงโตเกียวระบุ
ทั้งนี้ ดัชนีเงินดอลลาร์ไต้หวันเมื่อเวลา 11.33 น. ตามเวลาท้องถิ่นเมื่อวันที่ 21 เม.ย. ได้แข็งค่าขึ้น 0.4% มาแตะที่ 28.898 ดอลลาร์ไต้หวัน/เหรียญสหรัฐ ขณะที่สกุลเงินวอนของเกาหลีใต้ รูเปียห์ของอินโดนีเซีย และริงกิตของมาเลเซียต่างแข็งค่าขึ้นมา 0.2%
อย่างไรก็ตาม หลังจากไทยประกาศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 6 ในระยะเวลาไม่ถึง 1 ปี ขณะที่จีนเองก็แย้มว่าอาจปล่อยให้ค่าเงินหยวนมีความยืดหยุ่นขึ้น ทำให้นักวิเคราะห์เชื่อว่า ค่าเงินริงกิตซึ่งทุบสถิติแข็งค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 13 ปี กอปรกับตัวเลขเงินเฟ้อที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในรอบ 23 เดือน อาจทำให้ธนาคารเนการาปรับขึ้นดอกเบี้ยหลังจากตรึงไว้ที่ 2.75% ตั้งแต่เมื่อเดือน ก.ค.
“ข้อมูลเงินเฟ้อที่ออกมายิ่งเพิ่มความเป็นไปได้ว่าจะมีการปรับเพิ่มดอกเบี้ยในไตรมาสนี้” นักวิเคราะห์จากธนาคารเพื่อการลงทุนซีไอเอ็มบีในกัวลาลัมเปอร์ กล่าว







