
มะกันอันตราย
สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ประกาศลดการคาดการณ์เครดิตในการชำระหนี้ของสหรัฐระยะยาวเป็นครั้งแรก
สแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ ประกาศลดการคาดการณ์เครดิตในการชำระหนี้ของสหรัฐระยะยาวเป็นครั้งแรก
จากระดับมั่นคง Stable ลงมาอยู่ที่ติดลบ Negative ถือเป็นข่าวใหญ่ในภาคการเงินโลก เพราะเป็นครั้งแรกที่สถานะทางเครดิตของสหรัฐถูกปรับลง และมีทีท่าสูงว่าในที่สุดสหรัฐอาจจะหลุดจากเครดิต AAA ซึ่งเป็นเกรดที่ดีที่สุดของโลกเครดิตลงเป็นครั้งแรกในไม่ช้านี้
ถือว่าเป็นข่าวที่ทำให้ภาคการเงินโลกช็อกไปตามๆ กัน ทำเอาดัชนีหุ้นตั้งแต่สหรัฐ ไล่มาเอเชีย ต่อไปยังยุโรป ร่วงกันระนาวเมื่อวานนี้ รวมไปถึงราคาน้ำมันที่ดิ่งลงทันทีกว่า 2%
“ช็อก” เพราะว่าตลอดที่ผ่านมาทั่วโลกให้ความมั่นใจกับเครดิตของสหรัฐมาโดยตลอด อย่าลืมว่าแม้กระทั่งช่วงที่สหรัฐเกิดวิกฤตการเงิน เครดิตในการชำระหนี้ของสหรัฐก็ยังไม่สะเทือน เพราะยังมีความเชื่อว่าสหรัฐมีนโยบายที่ชัดเจนต่อการแก้ปัญหาการขาดดุลงบประมาณ
แต่ไปๆ มาๆ นโยบายการลดปัญหาการขาดดุลของสหรัฐเริ่มจะไม่ชัดเจนมากขึ้น เพราะขณะนี้รัฐบาลสหรัฐกำลังจะกลายเป็นเป็ดง่อย ประธานาธิบดีมาจากพรรคเดโมแครต ขณะที่เสียงส่วนใหญ่ในสภาคองเกรสเป็นรีพับลิกัน เกมการเมืองเข้ามาแทรกในสภา นโยบายทางเศรษฐกิจและงบประมาณก็ถูกหางเลขไปด้วย
คาดกันว่าแผนการลดงบประมาณขาดดุลของสหรัฐจะไม่สามารถผ่านสภาก่อนจะเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2012 และอาจจะต้องรอกันถึงปี 2014 โน่นทีเดียวกว่าการแก้ปัญหาการขาดดุลของสหรัฐจะชัดเจนขึ้นกว่าปัจจุบัน
มาดูตัวเลขกันครับ ในปีนี้คาดว่ารัฐบาลสหรัฐจะมีปริมาณการขาดดุลงบประมาณกันสูงถึงเกือบ 1.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 45 ล้านล้านบาทโน่น และจะถือว่าเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่สหรัฐขาดดุลงบประมาณติดต่อกัน
ถือเป็นงานหนักหนาสาหัสแบบสุดๆ จึงไม่แปลกที่อนาคตของเครดิตการชำระหนี้ของลุงแซมจึงไม่น่าจะดีนัก
แค่นี้ยังไม่พอ สหรัฐยังต้องเจอกับความเสี่ยงจากภาวะเงินเฟ้อที่เริ่มส่อแววให้เห็น อันเป็นผลจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น และเป็นผลมาจากการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างบ้าคลั่งในช่วงที่ผ่านมา มีโอกาสสูงที่สหรัฐอาจจะต้องประกาศขึ้นดอกเบี้ยในเร็วๆ นี้ด้วย
และแน่นอนครับ การที่สหรัฐถูกปรับลดคาดการณ์เครดิตในครั้งนี้ ไม่ถือว่าเป็นเรื่องดีต่อเศรษฐกิจโลกโดยรวม เพราะอย่างไรเสียน้ำหนักของเศรษฐกิจสหรัฐในตาชั่งของเศรษฐกิจโลกก็ยังมีอิทธิพลมากอยู่
เสียวไม่น้อยครับ หากเกิดอะไรซ้ำสองขึ้นมา วิกฤตการเงินครั้งแรกโลกก็อ่วมกันหนักหนาสาหัสมาแล้วครั้งหนึ่ง เจอวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์รอบสองจากวิกฤตหนี้มะกัน งานนี้โลกอาจจุกกว่าเดิม







