
ทองคำยั้งไม่อยู่ทุบสถิติมากสุดกว่าสี่หมื่นบาท
ราคาทองพุ่งสูงทุบสถิติ เหตุจากหนี้ยุโรป ปัญหาโลกอาหรับ และวิกฤตนิวเคลียร์ญี่ปุ่น
ราคาทองพุ่งสูงทุบสถิติ เหตุจากหนี้ยุโรป ปัญหาโลกอาหรับ และวิกฤตนิวเคลียร์ญี่ปุ่น
ราคาทองคำในตลาดฮ่องกงเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยปิดตลาดอยู่ที่ 1,456.50-1,457.50 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ (ราว 43,920-43,950 บาท) ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 1,433-1,434 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ (ราว 43,212-43,242 บาท) เมื่อวันจันทร์ที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ทำลายสถิติเดิมในตลาดลอนดอนซึ่งอยู่ที่ 1,450 เหรียญสหรัฐต่อออนซ์ (ราว 43,725 บาท) เมื่อวันอังคารที่ 5 เม.ย.
ดาวโจนส์รายงานโดยอิงความเห็นของคอมมอนเวลท์แบงก์ ธนาคารออสเตรเลีย ซึ่งระบุว่าสาเหตุที่ส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ส่วนหนึ่งเป็นเพราะบรรดานักลงทุนเริ่มกังวลต่อตัวเลขหนี้สาธารณะของโปรตุเกสที่สูงเกินกว่าที่มีการบันทึกไว้ ขณะที่ความขัดแย้งในลิเบีย ตลอดจนประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคตะวันออกกลาง และวิกฤตนิวเคลียร์ในญี่ปุ่นได้ส่งผลให้ความต้องการทองคำเพิ่มสูงขึ้น
สอดรับกับด้านบีจาร์น ชิลดรอลป นักวิเคราะห์จากเอสอีบี คอมโมดิตี รีเสิร์ช ซึ่งแสดงความเห็นว่าการที่สงครามกลางเมืองในลิเบีย ซีเรีย เยเมน และบาห์เรนยังไม่มีทีท่าว่าจะยุติลงเมื่อไร เป็นตัวหนุนให้ราคาทองคำเพิ่มสูงขึ้น
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ภาวะเงินเฟ้อเพิ่มมากขึ้น นับเป็นปัจจัยสำคัญอีกตัวหนึ่งที่ทำให้ราคาทองคำถีบตัวเพิ่มขึ้นในระยะสั้น เนื่องจากนักลงทุนต่างแสวงหาทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดในการลงทุน
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์จากบาร์เคลย์ แคปปิตอล ระบุว่า เป็นวงจรที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต โดยราคาทองคำและเงินจะเพิ่มขึ้นเมื่อราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นต่อไป หากยังคงมีปัจจัยด้านหนี้สิน และการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง







