
จีนกับดอกเบี้ย
จีนกับดอกเบี้ย
จีนกับดอกเบี้ย
พูดยังไม่ทันขาดคำว่าปัญหาเงินเฟ้อกำลังจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ทั่วโลกไม่เว้นแต่สหรัฐ รัฐบาลจีนก็ประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% เป็นครั้งที่ 4 ในรอบไม่ถึง 6 เดือน พูดง่ายๆ ว่าปรับขึ้นดอกเบี้ยกันเกือบจะทุกเดือน เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า ปัญหาเงินเฟ้อในจีนรุนแรงแค่ไหนกัน
การปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งล่าสุดนี้ ทำให้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระยะ 1 ปีของจีนพุ่งขึ้นไปที่ 6.31% เป็นระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อชะลอการปล่อยกู้ให้ลดลงอันเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักของภาวะฟองสบู่ และภาวะเงินเฟ้อในประเทศ
ก่อนหน้าที่จีนจะประกาศออกมานั้น ได้มีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาสินค้าของจีนไต่ขึ้นไปที่ 5.2% ในเดือน มี.ค. ส่วนดัชนีเงินเฟ้อรวมของประเทศอยู่ที่ 4.9% ในเดือน ก.พ. และจากผลสำรวจของเหล่านักเศรษฐศาสตร์ตะวันตกเชื่อว่า ในเดือน มี.ค. เงินเฟ้อจีนจะพุ่งไปที่ 5.2% โน่นครับ
จีนเข้าสู่ภาวะข้าวยากหมากแพงตั้งแต่ปีที่แล้ว หนำซ้ำยังเหมือนหนีเสือปะจระเข้ ปัญหาราคาสินค้าแพงไปทั่วประเทศ จีนยังต้องประสบกับภาวะฟองสบู่ในภาคอสังหาริมทรัพย์อันเป็นผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคก่อสร้างที่ใช้มาตั้งแต่กว่า 2 ปีก่อน
จีนก็ยังเหมือนกับประเทศอื่นๆ อีกหลายแห่งในเอเชียครับ ที่ปัญหาเงินเฟ้อส่อแววที่จะรุนแรงมากขึ้นกว่านี้อีกด้วย เมี่อปัจจัยเสี่ยงของราคาน้ำมันโลกที่ถีบตัวขึ้นในขณะนี้กำลังกลายเป็นสิ่งอันตรายมากขึ้นกับภาวะเงินเฟ้อด้วย จีนขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่ 4 ในหนนี้ คาดว่าครั้งที่ 5 จะตามมาอีกในช่วงไม่กี่เดือนแน่นอน
ต่อปัญหานี้ นายกรัฐมนตรีเวินเจียเป่าของจีน ถึงกับเปรียบเปรยว่า ตอนนี้เสือที่เคยหลุดวิ่งไปไหนได้แบบอิสระ เห็นทีอาจจะพบกับความยากลำบากที่จะจับมันเข้ากรงใหม่
แต่จะว่าไปใช่ว่าจีนจะไม่มีทางออก นักวิเคราะห์ต่างชาติเสนอแนะครับว่า สาเหตุปัญหาหนึ่งที่ทำให้จีนต้องเจอกับเงินเฟ้อหนักหนาสาหัสอยู่ในขณะนี้ ก็เพราะว่าจีนนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศมากขึ้นกว่าเดิม และที่สำคัญจีนก็ยังไม่ปล่อยให้ค่าเงินหยวนขยับเขยื้อนมากนัก ค่าเงินหยวนยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าความเป็นจริง นั่นเป็นเหตุผลว่าเพราะเหตุใดดัชนีสินค้าในจีนถึงอยู่ในระดับสูง
ทางออกไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่จีนไม่อยากทำ คือการปล่อยให้หยวนแข็งค่าตามความเป็นจริง ที่ในขณะนี้อ่อนกว่าเงินดอลลาร์จริงๆ อยู่ถึงกว่า 20%
แต่ถ้าจีนตัดสินใจปรับค่าเงินหยวนจริง ก็อาจจะเจอกับปัญหาการส่งออกและค่าแรงในประเทศ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจของเศรษฐกิจแดนมังกร
ปัญหาเงินเฟ้อเปรียบได้กับเสือดุ ส่วนการปรับค่าเงินหยวนก็เหมือนกับจระเข้ร้าย จีนเจอศึกที่กำลังกลืนไม่เข้าคายไม่ออกครับ







