
บุกล้อมบ้านปธน.ไอวอรีโคสต์
สงครามกลางเมืองเดือดหนักผู้นำไม่สละเก้าอี้หลังเลือกตั้ง
สงครามกลางเมืองเดือดหนักผู้นำไม่สละเก้าอี้หลังเลือกตั้ง
พลเรือนไอวอรี โคสต์ลุกฮือล้อมบ้านพักผู้นำประเทศ กดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง
กองกำลังชาวไอวอรี โคสต์ซึ่งสนับสนุน อลาสซาเน อูตตารา ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของไอวอรี โคสต์ ได้เข้าโอบล้อมที่พักของประธานาธิบดีโลรอง จีแบกโบ เพื่อกดดันให้ยอมจำนนและลาออกจากตำแหน่งทันที โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น
ด้านซีเอ็นเอ็นรายงานโดยอ้างคำกล่าวของ แพทริก อาชิ โฆษกส่วนตัวของอูตตารา กล่าวว่า ค่อนข้างมั่นใจกว่า 80% ว่าจีแบกโบยังอยู่ที่คฤหาสน์แห่งนี้ โดยคาดว่าจะสามารถจับกุมตัวได้ภายในวันสองวันนี้ ขณะที่พลเรือนในเมืองอาบิดจัน ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของประเทศ ยืนยันว่าสถานีโทรทัศน์ของจีแบกโบถูกฝ่ายตรงข้ามบุกยึดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
อย่างไรก็ตาม ยังคงมีการปะทะกันประปรายระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุนของทั้งสองฝ่าย
ด้านบันคีมุน เลขาธิการแห่งสหประชาชาติ กล่าวว่า สถานการณ์ในไอวอรี โคสต์ขณะนี้เลวร้ายลงอย่างฉับพลัน เนื่องจากการปะทะกันระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุน อูตตารา ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน และกลุ่มผู้สนับสนุนจีแบกโบทวีความรุนแรงมากขึ้น
“ช่วงหลายวันที่ผ่านมา กลุ่มภักดีต่อจีแบกโบใช้อาวุธหนักทั้งระเบิด จรวดมิสไซล์และปืนกล กราดยิงเข้าใส่พลเรือนในเมืองอาบิดจันอย่างหนักหน่วง” บันคีมุน กล่าว
ทั้งนี้ เหตุการณ์ความขัดแย้งเริ่มต้นจากประธานาธิบดี โลรองจีแบกโบ ไม่ยอมรับผลการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ส่งผลให้ อลาสซาเน อูตตารา ผู้นำฝ่ายค้านซึ่งชนะการเลือกตั้ง และกลุ่มผู้สนับสนุนไม่พอใจ พากันประท้วง ขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีจีแบกโบก็ออกมาขัดขวาง จนเกิดการปะทะเข่นฆ่ากันตามเมืองต่างๆ ก่อนที่จะลุกลามบานปลายกลายเป็นสงครามกลางเมืองในที่สุด จนกองกำลังสันติภาพแห่งสหประชาชาติต้องเข้าแทรกแซงเหตุรุนแรงในครั้งนี้
อลัน เลอ รอย ผู้อำนวยการกองกำลังสันติภาพแห่งสหประชาชาติ เปิดเผยว่า ทางกองกำลังไม่ได้เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่จำเป็นต้องตอบโต้การโจมตีของกองกำลังฝ่ายจีแบกโบ เนื่องจากการจู่โจมดังกล่าวส่งผลให้เจ้าหน้าที่ของยูเอ็นบาดเจ็บสาหัสถึง 4 คน
เมื่อวันที่ 4 เม.ย. ที่ผ่านมา เฮลิคอปเตอร์ของยูเอ็นได้ยิงถล่มฐานทัพของจีแบกโบเพื่อป้องกันไม่ให้ใช้อาวุธหนักทำร้ายพลเรือนและเจ้าหน้าที่ของกองกำลังสันติภาพ ซึ่งปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรมอยู่ในพื้นที่ขณะนี้ ขณะที่ฝรั่งเศสได้ส่งกองกำลังสันติภาพลงไปเพิ่มอีก 350 นาย และควบคุมสนามบินในเมืองอาบิดจันได้เด็ดขาดแล้ว ขณะที่นักข่าวต่างชาติหลายสำนักต่างต้องเก็บตัวเงียบอยู่แต่ในที่พัก
ด้านคณะกรรมการกาชาดสากล กล่าวว่า มีพลเรือนอย่างน้อย 800 คน เสียชีวิตจากสงครามกลางเมืองในครั้งนี้ ขณะที่ตัวเลขยืนยันอย่างเป็นทางการของสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 1 เม.ย. อยู่ที่ 330 คน







