
กูรูชี้วิกฤตญี่ปุ่นร้ายแรงกว่าเชอร์โนบิล
เหตุมีเตาที่มีปัญหาถึง4เตาเทปโครับเตา2ร้าวทำรังสีรั่ว
เหตุมีเตาที่มีปัญหาถึง4เตาเทปโครับเตา2ร้าวทำรังสีรั่ว
ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์ของรัสเซียออกโรงเตือน วิกฤตนิวเคลียร์ญี่ปุ่นร้ายแรงกว่าหายนะเชอร์โนบิลมาก ด้านเทปโครับหลุมคอนกรีตเตา 2 ร้าวทำรังสีรั่วลงทะเล
นาตาเลีย มิโรโนวา วิศวกรด้านเทอร์โมไดนามิกส์ ซึ่งเป็นแกนนำนักเคลื่อนไหวต่อต้านนิวเคลียร์ในรัสเซีย หลังเกิดอุบัติเหตุที่โรงปฏิกรณ์เชอร์โนบิลในยูเครนเมื่อปี 1986 ระบุว่า หายนะที่เกิดขึ้นกับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ ของญี่ปุ่น ซึ่งยังไม่คลี่คลายนั้น อาจร้ายแรงกว่าเหตุการณ์เชอร์โนบิลมาก
ยิ่งกว่านั้น ยังเห็นว่าวิกฤตที่เกิดขึ้นนี้อาจทำให้ต้องมีการกำหนดระดับที่ใช้ในการวัดความรุนแรงของอุบัติเหตุปรมาณูสากลใหม่อีกครั้ง
“เชอร์โนบิลเป็นการระเบิดที่มีกัมมันตรังสีรวมอยู่ด้วย และโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมาคือรายต่อไป แต่มูลค่าความเสียหายไม่ว่าจะต่อเศรษฐกิจหรือมนุษย์นั้นมหาศาลกว่ามาก” มิโรโนวา กล่าว
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์อธิบายว่า ด้วยขนาดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมาที่ใหญ่กว่าเชอร์โนบิล จึงเป็นไปได้ที่วิกฤตนิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่นเผชิญจะร้ายแรงมาก จนทำให้เหตุการณ์เชอร์โนบิลซึ่งถูกจัดให้มีระดับความร้ายแรงเป็นอันดับ 7 หรือร้ายแรงที่สุด ดูรุนแรงน้อยลงไป ทั้งที่เชอร์โนบิลได้รับการบันทึกในรายงานของสหประชาชาติ รวมทั้งหน่วยงานด้านปรมาณูสากล (ไอเออีเอ) เมื่อปี 2005 ว่าเป็นเหตุการณ์ที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์อุตสาหกรรมพลังงานนิวเคลียร์
“เชอร์โนบิลถูกจัดให้อยู่ในระดับ 7 ซึ่งเป็นระดับที่ร้ายแรงสุด ทั้งที่มีเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่มีปัญหาเพียง 1 เครื่อง และสถานการณ์ยุติลงใน 1 สัปดาห์ ต่างกับหายนะนิวเคลียร์ที่ญี่ปุ่น ซึ่งขณะนี้ยืดเยื้อมากว่า 3 สัปดาห์ และยังมีเตาปฏิกรณ์ที่มีปัญหาถึง 4 เตา” มิโรโนวา เตือน
อย่างไรก็ตาม สำนักงานความปลอดภัยนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นยังคงจัดระดับความร้ายแรงของเหตุการณ์ที่ฟูกุชิมาในระดับ 4 ขณะที่ฝรั่งเศสยกระดับคำเตือนขึ้นเป็น 6 แล้ว
ความคืบหน้าสถานการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ยังวิกฤตขึ้นเรื่อยๆ ล่าสุด บริษัท การไฟฟ้าโตเกียว (เทปโค) ยอมรับว่าตรวจพบน้ำปนเปื้อนกัมมันตรังสีรั่วไหลลงทะเลจากหลุมคอนกรีตบริเวณเตาหมายเลข 2 ซึ่งพบว่ามีรอยร้าว และยังพบว่าบริเวณหลุมดังกล่าวมีปริมาณรังสีเข้มข้นถึง 1,000 มิลลิซีเวิร์ตต่อชั่วโมง ซึ่งปกติการรับรังสีในปริมาณ 500 มิลลิซีเวิร์ต ก็อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งแล้ว
ด้าน ฮิเดฮิโกะ นิชิยามะ โฆษกสำนักงานความปลอดภัยนิวเคลียร์ญี่ปุ่น ระบุว่า เทปโคกำลังวางแผนเทคอนกรีตลงไปในหลุมดังกล่าวเพื่ออุดรอยร้าว และเจ้าหน้าที่กำลังพยายามหาสาเหตุที่ทำให้ระดับกัมมันตรังสีในน้ำทะเลใกล้โรงไฟฟ้าสูงขึ้น โดยกำลังตรวจสอบทั้งน้ำจากหลุมคอนกรีตและจากทะเลใกล้โรงไฟฟ้า
นอกจากนี้ ในวันเดียวกัน บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ (เอสแอนด์พี) ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือของเทปโค โดยลดระดับความน่าเชื่อถือในระยะยาวจากระดับ A+ เป็น BBB+ และระยะสั้นจากระดับ A-1 เป็น A-2 หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมูดี้ส์ได้ประกาศลดเครดิตเทปโคทีเดียว 3 ขั้น
ขณะที่นายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง แห่งญี่ปุ่น ได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมผู้ประสบภัยสึนามิเป็นครั้งแรก โดยคังให้คำมั่นว่าจะให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยเต็มที่







