
รังสีในทะเลพุ่งเกิน3,355เท่า
หามบอสเทปโคส่งรพ.ความดันขึ้น
หามบอสเทปโคส่งรพ.ความดันขึ้น
เทปโคงานเข้า ตรวจพบน้ำทะเลใกล้โรงไฟฟ้ารังสีพุ่งทะลุเกินเกณฑ์ กว่า 3,000 เท่า ขณะที่ซีอีโอความดันขึ้น ต้องหามส่งมือหมออย่างเร่งด่วน
วิกฤตการปนเปื้อนกัมมันตรังสียังคงสาหัส เมื่อวันที่ 30 มี.ค. โฆษกของบริษัทการไฟฟ้าโตเกียว (เทปโค) รายงานผลตรวจสอบน้ำทะเลปนเปื้อนของกัมมันตรังสีในน้ำทะเลเมื่อวันที่ 29 มี.ค. พบว่าระดับการปนเปื้อนของสารไอโอดีน –131 ในน้ำทะเลใกล้กับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์สูงมากขึ้นกว่าเดิม โดยอ่านค่าได้ในระดับสูงกว่าที่กฎหมายกำหนดถึง 3,355 เท่า มากกว่าการสุ่มตรวจเมื่อก่อนหน้านี้ที่ปนเปื้อนอยู่ที่ 1,850 เท่า
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่ทำให้ปริมาณการปนเปื้อนรังสีในน้ำทะเลพุ่งสูงขึ้น แต่ยังเชื่อว่าจะส่งผลกระทบในวงจำกัด เนื่องจากได้สั่งอพยพประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว รวมทั้งระงับการจับปลาในน่านน้ำที่มีการปนเปื้อนแล้ว
บันริ ไคเอดะ รัฐมนตรีกระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น ส่งจดหมายไปยังซีอีโอของบริษัทที่ดำเนินกิจการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้ทำการตรวจสอบเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั้งหมดทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดประวัติศาสตร์ซ้ำรอยอย่างวิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ไดอิชิ ซึ่งได้รับความเสียหายอย่างหนักจากเหตุแผ่นดินไหว และสึนามิ
ไคเอดะ ระบุว่า เตาปฏิกรณ์ที่มีการใช้งานอยู่ทั้งหมดจะต้องได้รับการตรวจสอบอย่างไม่รอช้า โดยปฏิบัติการปูพรมตรวจสอบครั้งใหญ่นี้ ยังรวมถึงอาคารเตาปฏิกรณ์ที่ระงับการใช้จากเหตุแผ่นดินไหวและที่อยู่ระหว่างก่อสร้างด้วย
นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังสั่งการให้ผู้ดำเนินการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ต้องดำเนินการฝึกสอนเพื่อเตรียมพร้อมให้กับพนักงานในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน พร้อมเรียกร้องให้เจ้าของกิจการโรงไฟฟ้าเหล่านี้ติดตั้งระบบไฟฟ้าฉุกเฉินสำรองเพื่อให้ระบบหล่อเย็นสามารถระบายความร้อนให้เตาปฏิกรณ์และบ่อเก็บเชื้อเพลิงใช้แล้วในกรณีที่ระบบไฟจากภายนอกและระบบไฟฉุกเฉินปกติใช้งานไม่ได้
ขณะที่โฆษกของเทปโค เปิดเผยว่า มาซาตากะ ชิมิซึ ประธานบริษัท เทปโค ไม่สบายจึงส่งไปรักษาตัวยังโรงพยาบาลเมื่อค่ำวันที่ 29 มี.ค. ขณะที่สถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเครายงานว่า ชิมิซึ วัย 66 ปี มีอาการความดันโลหิตสูงและวิงเวียนศีรษะ ทั้งนี้ตามกำหนดการประธานเทปโคมีกำหนดจะแถลงข่าวในวันที่ 30 ม.ค. ซึ่งเป็นการปรากฏตัวต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดวิกฤต
ด้านนักลงทุนยังคงระดมเทขายหุ้นของเทปโคจนร่วงหนักกว่า 17.66% ปัจจัยหลักมาจากความกังวลว่าเทปโคจะไม่สามารถจัดการกับวิกฤตที่เกิดขึ้นได้ กอปรกับการคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะพิจารณาเข้าควบคุมกิจการของเทปโค ซึ่งอาจต้องจ่ายค่าปรับมหาศาลจากวิกฤตโรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้น ทั้งนี้นับตั้งแต่เกิดวิกฤตมูลค่าหุ้นของเทปโคร่วงไปแล้ว 80%
สำหรับปฏิบัติการกู้วิกฤตโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นยังคงดำเนินต่อไป หนังสือพิมพ์อาซาฮี ชิมบูน รายงานอ้างเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งไม่เปิดเผยนามว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาว่าติดตั้งแผ่นครอบพิเศษปิดตัวอาคารเตาปฏิกรณ์ 3 แห่งที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก พร้อมติดตั้งตัวกรองอากาศเพื่อลดการแพร่กระจายของกัมมันตรังสี แต่ทว่ารัฐบาลยังไม่ยืนยันรายงานข่าวดังกล่าว
ด้านฝรั่งเศสและสหรัฐเร่งส่งความช่วยเหลือมากู้วิกฤตการณ์ในญี่ปุ่น โดยสหรัฐกำลังพิจารณาส่งหุ่นยนต์ตรวจจับรังสีมาช่วยสำรวจแกนของเตาปฏิกรณ์และบ่อกักเก็บเชื้อเพลิง เช่นเดียวกับฝรั่งเศสที่เตรียมส่งสองผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของรัฐมาช่วยญี่ปุ่น
นอกจากนี้ ประธานาธิบดี นิโกลาส์ ซาร์โกซี แห่งฝรั่งเศส ยังมีกำหนดจะเดินทางเยือนญี่ปุ่นในวันที่ 31 มี.ค. ซึ่งถือเป็นผู้นำคนแรกที่เดินทางไปญี่ปุ่นนับตั้งแต่เผชิญกับภัยธรรมชาติครั้งใหญ่







