
ญี่ปุ่นอาจเผชิญอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงอีก
อุตุนิยมฯญี่ปุ่นเตือนอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงมากกว่า 4 ริกเตอร์อีก ขณะที่รองประธาน เทปโคเข้าเยี่ยมขอโทษผู้อพยพรอบโรงไฟฟ้า ด้านวิศวกรเริ่มทดสอบระบบหล่อเย็นแล้ว
อุตุนิยมฯญี่ปุ่นเตือนอาจเกิดอาฟเตอร์ช็อกรุนแรงมากกว่า 4 ริกเตอร์อีก ขณะที่รองประธาน เทปโคเข้าเยี่ยมขอโทษผู้อพยพรอบโรงไฟฟ้า ด้านวิศวกรเริ่มทดสอบระบบหล่อเย็นแล้ว
สำนักข่าวเอ็นเอชเครายงานว่า เมื่อวันที่ 22 มี.ค. สำนักอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่นได้ประกาศเตือนประชาชนให้ระวังการเกิดอาฟเตอร์ช็อกอย่างรุนแรงขึ้นอีกครั้งในช่วงสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าอาจมีความรุนแรงมากกว่าระดับ 4 ริกเตอร์
ทั้งนี้ที่ผ่านมาพบว่ามีการเกิดอาฟเตอร์ช็อกมากกว่าระดับ 4 ริกเตอร์ในพื้นที่ฝั่งตะวันออกของญี่ปุ่นกว่า 60 ครั้ง โดยเมื่อวันที่ 19 มี.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดอาฟเตอร์ช็อกมากกว่า 5 ริกเตอร์ที่ทำให้พื้นที่จังหวัด อิบารากิ ซึ่งอยู่ตอนเหนือของกรุงโตเกียวรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือน
อย่างไรก็ตามแม้ว่าการเกิดอาฟเตอร์ช็อกจะมีความถี่น้อยลง แต่ก็มีอาฟเตอร์ช็อกขนาด 7 ริกเตอร์ก็สามารถเกิดขึ้นได้ และแรงสั่นสะเทือนในระดับนี้สามารถทำให้อาคารที่เสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวครั้งที่แล้วพังถล่มได้ รวมทั้งอาจก่อให้เกิดคลื่นสึนามิ
สำนักอุตุฯแจ้งด้วยว่า อุณหภูมิในพื้นที่ประสบภัยพิบัติเมื่อวันที่ 22 มี.ค. อยู่ที่ติดลบ 2 องศาเซลเซียส ขณะที่ในวันที่ 23 มี.ค.คาดว่าอุณหภูมิจะสูงขึ้น 5 องศาเซลเซียส รวมทั้งมีรายงานว่า เริ่มมีผู้ป่วยจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นแล้ว
รองประธานเทปโคเข้าขออภัยผู้อพยพรอบโรงไฟฟ้า
สำนักข่าวเอ็นเอชเครายงานว่า เมื่อวันที่ 22 มี.ค. โนริโอะ ทัตซึมิ รองประธาน บริษัทโตเกียว อิเล็กทริก พาวเวอร์ (เทปโค) ได้เดินทางเข้าเยี่ยมและขออภัยต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้กับโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ฟูกุชิมา ไดอิชิ ที่เผชิญปัญหากัมมันตรังสีรั่วไหลซึ่งต้องอพยพมาอาศัยอยู่ที่ศูนย์อพยพฉุกเฉินในเมือง ทามูระ ที่อยู่ใกล้เคียง
ทั้งนี้ผู้อพยพต้องการให้ปัญหาการรั่วไหลของกัมมันตรังสียุติลงอย่างปลอดภัย รวมทั้งได้ถามรองประธานของเทปโคว่าจะสามารถเดินทางกลับไปยังที่พักอาศัยได้เมื่อไหร่ โดยรองประธานเทปโคได้ยืนยันว่าจะแก้ไขปัญหาเพื่อให้ประชาชนกลับไปใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมโดยเร็วที่สุด
โฆษกรัฐบาลญี่ปุ่นเผยยังไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่อพยพ
นายยูกิโอะ เอดาโนะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นแถลงว่า ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องขยายเขตอพยพในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าฟูกุชิมาออกไปเกินกว่า 20 กิโลเมตร แม้ว่าค่ารังสีรอบนอกเขตอพยพจะเพิ่มสูงขึ้นแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุภัยพิบัติภัยอย่างเป็นทางการอยู่ที่ 9,079 คนและสูญหายอีกกว่า 12,645 คน
เจ้าหน้าต่อระบบไฟเตาปฏิกรณ์ทั้งหมดแล้ว-เริ่มทดสอบระบบหล่อเย็น
เมื่อวันที่ 22 มี.ค. เจ้าหน้าที่เทคนิคของเทปโค สามารถต่อสายไฟเข้ากับเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ทั้ง 6 เตาของโรงไฟฟ้าฟูกุชิมาได้แล้ว และได้เริ่มทยอยเปิดปั๊มน้ำของระบบหล่อเย็นที่เตาปฏิกรณ์เพื่อระบายความร้อนของแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์
ด้านคณะกรรมการควบคุมกฏระเบียบนิวเคลียร์ของสหรัฐระบุว่า วิกฤตการณ์ของโรงไฟฟ้าฟูกุชิมาในขณะนี้ดูเหมือนใกล้ที่จะมีเสถียรภาพแล้ว







