
แม่กินเนื้อลูกไม่งอแง
ใครที่หวังให้ลูกเลี้ยงง่ายไม่งอแง โปรดฟังทางนี้ เพราะผลการศึกษาในเนเธอร์แลนด์ซึ่งได้ตีพิมพ์ลงในวารสารเออร์รี ฮิวแมน ดีเวลลอปเมนท์
ใครที่หวังให้ลูกเลี้ยงง่ายไม่งอแง โปรดฟังทางนี้ เพราะผลการศึกษาในเนเธอร์แลนด์ซึ่งได้ตีพิมพ์ลงในวารสารเออร์รี ฮิวแมน ดีเวลลอปเมนท์
ล่าสุดชี้ว่า คุณแม่ที่ชอบรับประทานสเต๊กเนื้อเป็นประจำ โดยเฉพาะในช่วง 3 เดือนแรกที่ตั้งครรภ์ จะส่งผลให้เด็กในครรภ์เลี้ยงง่าย ไม่โยเย
โดยสาเหตุเป็นเพราะเนื้อเป็นแหล่งสะสมของวิตามินบี 12 ซึ่งมีส่วนสำคัญอย่างมากในการเสริมสร้างพัฒนาการทางสมองและระบบประสาทของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ตลอดจนมีส่วนช่วยป้องกันโรคสมองเสื่อม ภาวะหัวใจล้มเหลว หรือแม้กระทั่งปัญหาด้านการเจริญพันธุ์อีกด้วย
ทั้งนี้ จากการติดตามหญิงท้องจำนวน 3,000 คน โดยได้ตรวจวัดปริมาณบี 12 ในเลือดในช่วง 3 เดือนแรกที่มีการตั้งครรภ์ แล้วติดตามบันทึกข้อมูลหลังคลอดว่าทารกแต่ละรายร้องไห้บ่อยมากน้อยแค่ไหน และใช้ระยะเวลาในการร้องนานเท่าไร
ผลชี้ว่า หญิงมีครรภ์ที่ได้รับวิตามินบี 12 ในระหว่างตั้งครรภ์น้อยอาจส่งผลต่อระดับฮอร์โมนในสมองที่คอยกล่อมให้ทารกนอนหลับได้เต็มอิ่ม ไม่ทำงาน และคุณแม่ที่ได้รับวิตามินบี 12 ไม่เพียงพอจะมีโอกาสทำให้เด็กทารกที่เกิดมางอแงโยเยกว่าคุณแม่ที่ได้รับวิตามินบี 12 ในปริมาณปกติหรือมากกว่าถึง 8 เท่าตัว
นอกจากนี้ โดยเฉลี่ยแล้ว 5% ของคุณแม่ที่ขาดวิตามินบี 12 ยังส่งผลให้ทารกมีอาการซึมเศร้าเมื่อเทียบกับคุณแม่ที่มีวิตามินบี 12 ซึ่งมีโอกาสให้กำเนิดเด็กทารกที่มีอาการดังกล่าวเพียงแค่ 1% เท่านั้น บวกกับการขาดวิตามินบี 12 ยังส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตเนื้อเยื่อไมอีลีนในสมอง ซึ่งห่อหุ้มและป้องกันเซลล์ประสาท หากไมอีลีนมีปริมาณน้อยจะส่งผลให้เป็นคนโมโหง่าย บวกกับการที่บี 12 มีส่วนช่วยในการนอนหลับ เพราะฉะนั้นปริมาณบี 12 ที่ต่ำ ทำให้ร่างกายไม่ยอมหลั่งสารเมลาโทนิน ซึ่งมีฤทธิ์กระตุ้นให้หลับ เท่ากับว่าทารกน้อยก็จะขี้หงุดหงิดและเจ้าอารมณ์
อย่างไรก็ตาม อีฟอนน์ส บิชอบ เวสทัน นักโภชนาการได้ออกมากล่าวเตือนว่า เนื้อทั้งหลายนั้นมาพร้อมกับไขมันอิ่มตัวที่ขัดขวางไม่ให้ร่างกายนำไขมันจำเป็นไปใช้ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญต่อพัฒนาการทางสมองและระบบประสาทของเด็กทารกเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นให้ใช้ทางสายกลาง รับประทานแต่พอประมาณดีที่สุด







