
รมต.จี8ถกวิกฤตลิเบีย
เร่งดันแผนเขตห้ามบินสู่ยูเอ็น‘รัสเซียจีน’ยังเห็นไม่ลงรอย
เร่งดันแผนเขตห้ามบินสู่ยูเอ็น‘รัสเซียจีน’ยังเห็นไม่ลงรอย
รัฐมนตรี จี8 ถกด่วนที่ปารีสหาทางกำหนดเขตห้ามบินในลิเบีย ฝ่ายกัดดาฟีรุกหนัก ยึดเมืองหน้าด่านสู่เบงกาซี
ฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐ เดินทางถึงกรุงปารีสแล้วเมื่อวันที่ 14 มี.ค. เพื่อเข้าร่วมหารือกับสมาชิกกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ 8 ประเทศ (จี8) ต่อสถานการณ์ความรุนแรงในลิเบียที่ยังคงยืดเยื้อ และส่อเค้าเป็นปัญหาเรื้อรังในระยะยาว
การหารือในครั้งนี้จะเน้นไปที่ข้อเสนอการกำหนดเขตห้ามบินเหนือลิเบียเพื่อสกัดไม่ให้ฝ่ายรัฐบาลลิเบียส่งเครื่องบินขึ้นถล่มฝ่ายต่อต้านและประชาชน
ขณะที่อังกฤษและฝรั่งเศส ได้ถือร่างมติอยู่ในมือเพื่อเสนอขึ้นต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เพื่อพิจารณาบังคับกำหนดเขตห้ามบินขึ้น
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาทางด้านรัสเซียยังมีท่าทีลังเลต่อมติดังกล่าว ส่วนสหรัฐ เยอรมนี และอิตาลีนั้นมีท่าทีแข็งกร้าวที่จะผลักดันมติดังกล่าวให้ได้
ทางด้านจีนซึ่งเป็น 1 ใน 5 สมาชิกถาวรในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ และมีสิทธิวีโตยับยั้ง ก็มีท่าทีไม่เห็นด้วยกับการกำหนดเขตห้ามบินดังกล่าวขึ้น
นอกจากนั้น คาดว่ารัฐมนตรีต่างประเทศ จี8 จะเปิดการหารือถึงสถานการณ์ภัยธรรมชาติแผ่นดินไหว และสึนามิที่ถล่มญี่ปุ่นครั้งรุนแรงที่สุดในรอบ 140 ปีด้วย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้ลุกลามจนเกิดการระเบิดของโรงปฏิกรณ์นิวเคลียร์ และกำลังสร้างความหวาดผวาไปทั่วโลก
ขณะเดียวกันต่อสถานการณ์การสู้รบในลิเบียนั้น กองกำลังฝ่ายรัฐบาลลิเบียเปิดฉากถล่มเพื่อยึดคืนเมืองต่างๆ อย่างดุเดือดมากยิ่งขึ้น โดยได้ระดมยิงปืนใหญ่อย่างรุนแรงใกล้กับเมืองอัจดาบิยาห์ ซึ่งเป็นเมือง สำคัญที่จะมุ่งหน้าสู่เมืองเบงกาซี
พล.อ.อับเดล ฟาตาห์ ยูนิส อดีตรัฐมนตรีมหาดไทยลิเบีย ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่เบงกาซีว่า เมืองอัจดาบิยาห์นั้น อยู่ห่างจากเบงกาซีไปราว 170 ไมล์เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นเมืองหน้าด่านก่อนจะถึงเบงกาซี โดยที่ฝ่ายต่อต้านได้ยกขึ้นให้เป็นเมืองหลวง
“เป็นเส้นทางสู่ตะวันออกสู่เมืองเบงกาซี และเมืองโตบรูค และยังเป็นเมืองสู่ภาคใต้ด้วย การป้องกันเมืองอัจดาบิยาห์นั้นถือว่าเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง เราจะต้องปกป้องเมืองอย่างเต็มที่” พล.อ.ยูนิส กล่าว
ด้าน พ.อ.มิลาด ฮุสเซน โฆษกกองทัพลิเบียให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่กรุงตริโปลีว่า กองกำลังของรัฐบาลกำลังยาตราทัพเพื่อทำความสะอาดประเทศให้บรรดากลุ่มติดอาวุธนั้นหมดไป ซึ่งฮุสเซนถึงกับเหยียดหยามว่าเป็นพวก “หนู” และพวกก่อการร้าย







