
โลกสะเทือน ธรณีพิบัติในญี่ปุ่น-วิกฤตโลกอาหรับ
แม้จะเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยกระแสเหตุการณ์จลาจลในลิเบียที่ยังคงยืดเยื้อ จนเริ่มบานปลายจากเหตุการณ์ประท้วงขับไล่ผู้นำเผด็จการไปสู่สงครามกลางเมือง แต่กระแสความรุนแรงในลิเบียดูจะอ่อนด้อยลงทันที เมื่อเจอกับคลื่นสึนามิจากประเทศญี่ปุ่น
แม้จะเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยกระแสเหตุการณ์จลาจลในลิเบียที่ยังคงยืดเยื้อ จนเริ่มบานปลายจากเหตุการณ์ประท้วงขับไล่ผู้นำเผด็จการไปสู่สงครามกลางเมือง แต่กระแสความรุนแรงในลิเบียดูจะอ่อนด้อยลงทันที เมื่อเจอกับคลื่นสึนามิจากประเทศญี่ปุ่น
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
แม้จะเริ่มต้นสัปดาห์ด้วยกระแสเหตุการณ์จลาจลในลิเบียที่ยังคงยืดเยื้อ จนเริ่มบานปลายจากเหตุการณ์ประท้วงขับไล่ผู้นำเผด็จการไปสู่สงครามกลางเมือง แต่กระแสความรุนแรงในลิเบียดูจะอ่อนด้อยลงทันที เมื่อเจอกับคลื่นสึนามิจากประเทศญี่ปุ่น
เมื่อวันศุกร์ที่ 11 มี.ค.ที่ผ่านมา โลกต้องเผชิญกับเหตุการณ์ช็อกโลก กับเหตุแผ่นดินไหววัดความรุนแรงได้ถึง 8.9 ริกเตอร์ ทางตอนเหนือของญี่ปุ่น แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้ไม่เพียงรับรู้ได้ถึงกรุงโตเกียว แต่เหตุไม่คาดฝันครั้งนี้ ยังส่งผลให้ศูนย์เตือนภัยสึนามิแปซิฟิก ต้องออกประกาศเตือน 53 ประเทศให้ระวังภัยจากสึนามิ ขณะที่เมืองเซนได ต้องเผชิญหน้ากับสึนามิสูงราว 10 เมตร พัดถล่มชายฝั่ง สร้างความเสียหายจนไม่อาจประเมินค่าได้ และส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน
ด้านเมืองที่ได้รับความเสียหายหนักจากแผ่นดินไหวไม่แพ้กัน คือ เมืองชิบะ เนื่องจากโรงกลั่นน้ำมันเกิดเพลิงลุกไหม้เกือบตลอดทั้งวันทั้งคืน ส่วนโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ในเมืองฟุกุชิมา ก็ได้รับความเสียหายไม่แพ้กัน จนนายกรัฐมนตรี นาโอโตะ คัง ของญี่ปุ่น ตัดสินใจประกาศภาวะฉุกเฉินทางนิวเคลียร์
ความรุนแรงของแผ่นดินไหว ยังส่งผลให้การจราจรเป็นอัมพาตทั่วประเทศ รถไฟหยุดทำการ ถนนโดนตัดขาด และสนามบินนาริตะ ต้องงดให้บริการชั่วคราว
ยิ่งไปกว่านั้น ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจของประเทศญี่ปุ่นซึ่งกำลังอยู่ในช่วงถดถอยก็ได้รับการซ้ำเติมให้บอบช้ำ โดยเหตุแผ่นดินไหว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิ่งลง เนื่องจากต้องปิดโรงกลั่นและโรงงานอุตสาหกรรมอื่นๆ
เนื่องจากศูนย์กลางแผ่นดินไหวเกิดขึ้นในทะเล ส่งผลให้คลื่นสึนามิกระเทือนไปถึงหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นฟิลิปปินส์ หรือฮาวาย ที่ได้รับผลกระทบย่อมๆ เป็นที่เรียบร้อย ขณะที่หลายประเทศในมหาสมุทรแปซิฟิกต่างเตรียมพร้อมเฝ้าระวัง
กัดดาฟีไม่หนีไม่ลง
ต่อกันที่สถานการณ์จลาจลในลิเบียที่ยังคงยืดเยื้อ เพราะแม้ว่าฝ่ายต่อต้านจะยื่นข้อเสนอให้ออกจากตำแหน่ง โดยให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่เอาผิด หรือดำเนินคดีใดๆ กับ พล.อ.โมอัมมาร์ กัดดาฟี แต่ผู้นำลิเบียยังคงยืนกรานไม่ออกจากตำแหน่ง แม้ว่ากระแสกดดันจากชาติตะวันตกจะรุกคืบเข้ามาก็ตาม โดยอาศัยเสียงสนับสนุนจากประชาชนและกองกำลังที่ยังจงรักภักดีเป็นแรงผลักดันสำคัญ
เหตุการณ์ที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในลิเบีย เป็นแรงกดดันให้รัฐบาลสหรัฐที่ยังคงมีท่าทีลังเลเร่งหามาตรการจัดการกัดดาฟี โดยหาทางเสริมอาวุธให้กับกองกำลังฝ่ายต่อต้าน รวมทั้งการประกาศกำหนดเขตห้ามบินเหนือน่านฟ้าประเทศลิเบีย
ขณะที่กัดดาฟี ได้ออกแถลงการณ์ผ่านโทรทัศน์ด้วยท่าทีแข็งกร้าว ย้ำจุดยืนสู้ไม่ถอย และเรียกร้องให้ชาวลิเบียจับอาวุธลุกขึ้นมาปกป้องประเทศ หากชาติตะวันตกประกาศใช้นโยบายปิดน่านฟ้าจริง โดยให้เห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเพียงข้ออ้างในการเข้ามายึดน้ำมัน แหล่งทรัพยากรล้ำค่าของประเทศ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในลิเบียยังคงมีทีท่ายืดเยื้อต่อไปไม่จบสิ้น ท่ามกลางความพยายามของชาติตะวันตกในการเร่งหารือเจรจากับทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) สหภาพยุโรป (อียู) คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) และกลุ่มสันนิบาตอาหรับ
กรีซสเปน โดนหั่นอันดับ
แม้ว่าภาวะวิกฤตหนี้ยุโรปจะบรรเทาเบาบางลงไปบ้างแล้ว จากที่เคยเป็นข่าวเกรียวกราวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ทว่าด้วยสถานการณ์หนี้ที่ยังคงไม่มีความคืบหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกรีซ ส่งผลให้มูดี้ส์ บริษัทจัดอันดับชั้นนำของโลกตัดสินใจหั่นอันดับกรีซลดอย่างรุนแรง 3 อันดับรวด จาก Ba1 มาอยู่ที่ B1 ซึ่งเป็นระดับเดียวกับเบลารุสและโบลิเวีย โดยให้เหตุผลว่า กรีซยังขาดระบบการจัดเก็บภาษีที่มีประสิทธิภาพเพียงพอ และจะมีความเสี่ยงที่รัฐบาลจะลดการขาดดุลงบประมาณได้ตามเงื่อนไขที่ไว้กับสหภาพยุโรป และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) โดยที่ความเสี่ยงดังกล่าวเพิ่มขึ้นสำหรับการกลายสภาพเป็นหนี้เสีย
ขณะเดียวกันมูดี้ส์ยังประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือระยะยาวของสเปนลง 1 ขั้น จากระดับ Aa1 ลงมาอยู่ที่ Aa2 โดยระบุว่าสเปนยังมีโอกาสที่จะถูกหั่นเครดิตลงอีก เนื่องจากต้นทุนในการปรับโครงสร้างธนาคารออมทรัพย์ของสเปนอาจสูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ และการควบคุมการใช้จ่ายของรัฐ เพื่อควบคุมปริมาณหนี้สาธารณะยังไม่เพียงพอ







