
วันฟ้าใสของ บิบี ไอชา สาวอัฟกันผู้ไม่ยอมแพ้ให้โชคชะตา
เธอกลับมาแล้ว!! บิบี ไอชา สาวน้อยหัวใจแกร่ง ผู้ไม่ยอมแพ้ให้กับโชคชะตาที่แสนโหดร้าย
เธอกลับมาแล้ว!! บิบี ไอชา สาวน้อยหัวใจแกร่ง ผู้ไม่ยอมแพ้ให้กับโชคชะตาที่แสนโหดร้าย
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศ
เธอกลับมาแล้ว!! บิบี ไอชา สาวน้อยหัวใจแกร่ง ผู้ไม่ยอมแพ้ให้กับโชคชะตาที่แสนโหดร้าย
“บิบี ไอชา” ชื่อนี้อาจไม่เป็นที่คุ้นหูสำหรับใครหลายคน แต่ถ้าบอกว่าเจ้าของชื่อนี้ คือ สาวน้อยที่โด่งดังไปทั่วโลกเมื่อปีที่แล้ว จากการขึ้นปกนิตยสารไทม์ เมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้ว ในสภาพช็อกโลก นั่นคือ จมูกและหูแหว่ง คงทำให้หลายคนถึงบางอ้อขึ้นมาบ้าง
แน่นอนว่า แม้ต่อให้เวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน ฝันร้ายที่สร้างบาดแผลลึกในจิตใจไอชาในอดีต ย่อมไม่จางหายไปจากจิตใจง่ายๆ แต่อย่างน้อยเวลา 2 ปีที่ผ่านมา ก็พอจะลบเลือนบาดแผลภายนอก พร้อมพาสาวน้อยที่มีอดีตแสนขมขื่นกลับสู่โลกแห่งความจริงที่ไม่ได้โหดร้ายไปซะหมดอีกครั้ง
I’m back : ฉันกลับมาแล้ว
เดลีเมล และเดอะซัน แทบลอยด์ชื่อดังของอังกฤษ พร้อมใจกันตีแผ่ถึงชีวิตในวันฟ้าใสของ บิบี ไอชา หลังจากโบกมือลาบ้านเกิดในอัฟกานิสถาน เพื่อย้ายสำมะโนครัวมาอยู่ที่นิวยอร์ก พร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้ง
ทุกวันนี้ไอชาพร้อมแล้วที่จะสลัดผ้าคลุมเพื่ออำพรางใบหน้าอันอัปลักษณ์ หันมาสวมสกินนี ยีนส์ พร้อมบู๊ตคู่เก๋ ก้าวย่างไปในนครนิวยอร์กมหานครที่ผู้คนพลุกพล่านด้วยความมั่นอกมั่นใจ
ไม่เพียงเท่านั้น เธอยังกล้าที่จะสู้สายตาผู้โดยสารนับร้อยบนรถไฟฟ้าใต้ดิน หรือหยุดชำเลืองมองเครื่องประดับ เสื้อผ้า หรือของสวยๆ งามๆ จากตู้กระจกตามร้านต่างๆ ในนครนิวยอร์ก เฉกเช่นสาวรุ่นวัย 20 ปีทั่วไปที่หลงใหลในโลกแฟชั่นได้อย่างไม่ขวยเขิน เพราะไอชาก็ไม่ต่างจากสาวๆ ทั่วไป
ก้าวใหม่บนโลกใบเดิม
แม้จะหนีไม่พ้นโลกกลมๆ ใบเดิม แต่สังคมใหม่และสิ่งแวดล้อมใหม่ ก็พอจะเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำของไอชาลงไปได้บ้าง ทุกวันนี้ไอชาเช่าอพาร์ตเมนต์อยู่กับรูมเมตอีกหลายคนในนครนิวยอร์ก โดยในระหว่างนี้เธอใช้ทุกวินาทีอย่างคุ้มค่า ด้วยการลับฝีมือในการประดิดประดอยเครื่องประดับที่ทำจากลูกปัด เพื่อหวังจะใช้เป็นเส้นทางทำเงินในอนาคต ควบคู่ไปกับการฝึกพูดภาษาอังกฤษให้คล่องแคล่ว เพื่อใช้ต่อยอดการศึกษาของเธอในอนาคต
ศ.เอสเธอร์ ไฮน์แมน หนึ่งในเจ้าหน้าที่ของกลุ่ม Women For Afgan Women ที่รับภารกิจดูแลไอชา เล่าว่า นอกจากจะเดินหน้าฝึกปรือสร้างวิชาชีพติดตัวแล้ว ไอชายังมีวิธีสร้างความบันเทิงเริงใจให้กับตัวเอง ด้วยการฟังเพลงที่ขับร้องด้วยภาษาพาชตู (Pashto) ซึ่งเป็นภาษาของคนส่วนใหญ่ในอัฟกานิสถานผ่านทางเว็บไซต์ยูทูบ
“เธอค่อนข้างหัวไว เธอสามารถที่จะผูกมิตรกับทุกคน และเข้าใจทุกสิ่งทุกอย่างได้ แม้จะมีอุปสรรคด้านภาษาอยู่บ้าง” ไฮน์แมน กล่าว พร้อมเสริมว่า “เธอสามารถเรียนรู้ที่จะแต่งตัวเลียนแบบวัยรุ่นมะกัน (สวมเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์) ได้อย่างรวดเร็ว”
อีกหนึ่งฝันที่ยังไม่เป็นจริง
อย่างไรก็ตาม ในขณะที่หลายๆ สิ่งในชีวิตเริ่มลงตัว แต่อีกหนึ่งความปรารถนาลึกในใจของลูกผู้หญิงคนหนึ่ง คงหนีไม่พ้นการได้ใบหน้าที่งดงามกลับคืนมาให้เร็วที่สุด
เพราะแม้การศัลยกรรมของคณะแพทย์จากศูนย์โกรสแมน เบิร์น หน่วยงานช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมที่ไม่แสวงหากำไร ตั้งอยู่ในโรงพยาบาลเวสต์ฮิลล์ ที่แคลิฟอร์เนีย เมื่อเดือน ต.ค.ปีที่แล้ว จะช่วยเสริมจมูกปลอมคืนความงดงามชั่วคราวให้กับไอชา แต่ทว่าร่องรอยจากการแต่งเติมที่ยังปรากฏอยู่บนใบหน้าของเธอนั้น ก็ไม่ต่างอะไรจากเครื่องเตือนความจำให้ไอชาหวนนึกถึงอดีตอันชอกช้ำอยู่ร่ำไป
ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้คุณหมอปีเตอร์ เอส. โกรสแมน ไม่รีรอที่จะหาหนทางลบบาดแผลทางกายที่บั่นทอนจิตใจให้กับไอชาอย่างเป็นเรื่องเป็นราว โดยคุณหมอกล่าวว่า ในการศัลยกรรมเพื่อให้ได้ผลอย่างถาวร ในระยะยาวอาจต้องใช้เนื้อเยื่อ กระดูก และกระดูกอ่อน จากส่วนอื่นของร่างกายมาประกอบ
แต่ทว่า ความพยายามในการศัลยกรรมทั้งหมดต้องถูกระงับไว้ชั่วคราว เนื่องจากคณะแพทย์ต้องรอให้ไอชา ซึ่งป่วยด้วยโรค PTSD (PostTraumatic Stress Disorder) หรือความผิดปกติทางจิตเวช ที่เกิดจากการเผชิญเหตุการณ์รุนแรงในชีวิต ฟื้นฟูจิตใจจากประสบการณ์อันเลวร้ายได้ซะก่อน
“เราต้องระงับการทำผ่าตัดศัลยกรรมไว้ก่อน เพื่อพาเธอมายังนครนิวยอร์ก ซึ่งที่นี่เธอจะได้รับการดูแลจากคุณหมอและนักบำบัด” ไฮน์แมน กล่าว
Good news : เมื่อข่าวดีมาทักทาย
อย่างไรก็ตาม ในระหว่างที่ไอชาพยายามฟื้นฟูจิตใจ ลบอดีตที่ไม่น่าจดจำออกจากสมองและจิตใต้สำนึกให้หมดสิ้น เธอก็ได้รับข่าวที่แสนน่ายินดี อันเปรียบได้กับน้ำทิพย์จากสวรรค์ที่ตกลงมาสมานบาดแผลหัวใจที่แตกร้าวของไอชา นั่นคือ ข่าวคราวการเข้าจับกุม ฮาจิ สุไลมาน พ่อสามีจอมโหดวัย 45 ปี ที่ใช้ปืนจ่อหัวเธอเพื่อให้เธอรับโทษทัณฑ์จากสามีด้วยการเฉือนจมูกเธออย่างป่าเถื่อน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจอัฟกานิสถาน
ทั้งนี้ ปฏิบัติการดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก เพราะโดยปกติแล้วทางการได้มอบอำนาจให้แต่ละหมู่บ้านสามารถลงโทษลูกบ้านได้ด้วยการเฆี่ยนหรือปาหินตามกฎหมาย Sharia ของศาสนาอิสลาม
แต่ทว่า หากศึกษาตามข้อกำหนดของหลักกฎหมายดังกล่าว ไม่มีบทบัญญัติให้เฉือนจมูกหรือหู เพื่อลงโทษเจ้าสาววัยละอ่อนที่แอบหนีไปจากอ้อมอกของผู้เป็นสามี
“เขาทำความผิดอย่างมหันต์ เขาได้ทำลายความสวยงามของสิ่งที่พระเจ้าเป็นผู้สร้างขึ้น” พล.อ.จูมา กูล ฮิมาด หัวหน้าตำรวจภูธรจังหวัดอูรูซกัน กล่าว
ทั้งนี้ทั้งนั้น ภาพของไอชาที่ดูสดใสในวันนี้ อาจยังไม่สามารถเป็นหลักประกันได้ว่า สาวน้อยหัวใจแกร่งไอชาพร้อมแล้วที่จะกลับมาโลดแล่นบนโลกแห่งความจริงใบนี้อีกครั้ง แต่อย่างน้อยเชื่อว่าเวลาจะเป็นยาที่ดีที่สุดในการเยียวยารักษาบาดแผลในใจ และส่องสว่างเส้นทางชีวิตของไอชาต่อไป







