posttoday
เอเชียแซงยุโรปแดนเจ้าสัวแรงหนุนเศรษฐกิจสุดคึกคัก

เอเชียแซงยุโรปแดนเจ้าสัวแรงหนุนเศรษฐกิจสุดคึกคัก

11 มีนาคม 2554

เอเชียคว้าอันดับ 2 ภูมิภาครวยเศรษฐี ส่วนเจ้าสัวแดนจังโก้ยังครองอันดับ 1 มหาเศรษฐีโลก ผู้บริหารเฟซบุ๊กมาแรง ครองตำแหน่งสุดยอดเจ้าสัวอายุน้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์

เอเชียคว้าอันดับ 2 ภูมิภาครวยเศรษฐี ส่วนเจ้าสัวแดนจังโก้ยังครองอันดับ 1 มหาเศรษฐีโลก ผู้บริหารเฟซบุ๊กมาแรง ครองตำแหน่งสุดยอดเจ้าสัวอายุน้อยที่สุดเป็นประวัติการณ์

นิตยสารฟอร์บส์ จัดอันดับมหาเศรษฐีทั่วโลกประจำปี ผลปรากฏว่า คาร์ลอส สลิม มหาเศรษฐีชาวเม็กซิกันยังครองอันดับ 1 บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลก ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน 7.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่อันดับ 2 เป็นของวอร์เรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีนักลงทุนชาวอเมริกัน และอันดับ 3 คือ บิล เกตส์ แห่งบริษัท ไมโครซอฟท์

เอเชียแซงยุโรปแดนเจ้าสัวแรงหนุนเศรษฐกิจสุดคึกคัก

ทั้งนี้ คาร์ลอส สลิม ซึ่งไม่เป็นที่รู้จักมากนักนอกประเทศเม็กซิโก ครองตำแหน่งมหาเศรษฐีอันดับ 1 ของโลกเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนจากความคึกคักของตลาดหุ้นเม็กซิโก ค่าเงินเปโซที่แข็งขึ้นและความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในเครือข่ายธุรกิจหลากหลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้จาก America Movil บริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์รายใหญ่ที่สุดในละตินอเมริกา

ส่วน บิล เกตส์ ซึ่งเคยครองตำแหน่งอันดับ 1 มานานหลายปี ต้องสูญเสียตำแหน่งหลังจากที่ทุ่มเงินถึง 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ให้กับมูลนิธิ The Gates Foundation เพื่อการกุศล ส่วนวอร์เรน บัฟเฟตต์ ในอันดับ 3 มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จากความคึกคักของตลาดหุ้น นอกจากนี้ภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นยังผลให้ความต้องการสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และหนุนให้ เบอร์นาร์ด อาร์โนลต์ ผู้บริหารของบริษัท LVMH กระโดดจากอันดับ 7 เมื่อปีก่อนหน้านี้มาอยู่ที่อันดับ 4 อย่างรวดเร็ว

นิตยสารฟอร์บส์ ระบุว่า มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ให้กำเนิดเว็บไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์เฟซบุ๊กกลายเป็นมหาเศรษฐีที่กอบโกยความมั่งคั่งได้มากที่สุด โดยเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว มาอยู่ที่ 1.35 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 52 ส่วนผู้บริหารเฟซบุ๊ก อีกรายคือ ดัสติน มอสโควิตซ์ ติดอันดับเป็นครั้งแรก ด้วยการรั้งตำแหน่งมหาเศรษฐีที่มีอายุน้อยที่สุดในวัยเพียง 26 ปี แต่มีรายได้ถึง 2,700 ล้านเหรียญสหรัฐ รั้งอันดับที่ 420

ทั้งนี้ เมื่อปีที่แล้วยังมีเศรษฐีทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 1,210 คน มีทรัพย์สินรวมกัน มูลค่า 4.5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่ 3.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ทั้งนี้ ฟอร์บส์ เปิดเผยว่า เศรษฐีใหม่จากจีน อินเดีย รัสเซีย และบราซิล มีจำนวนเพิ่มขึ้น ยังผลให้เอเชียแซงหน้ายุโรปในตำแหน่งภูมิภาคที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงแค่สหรัฐ ซึ่งยังครองตำแหน่งอันดับ 1 นับตั้งแต่เริ่มการจัดอันดับ

ปัจจัยที่ยังผลให้เอเชียกลายเป็นศูนย์กลางแห่งใหม่ของมหาเศรษฐีโลก เนื่องจากเศรษฐกิจที่คึกคัก แม้กระทั่งรัสเซียซึ่งมีพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่างยุโรปกับเอเชียและเคยเป็นประเทศที่มีเศรษฐีมากที่สุดในยุโรป ยังสามารถเก็บเกี่ยวความมั่งคั่งได้เพิ่มขึ้นจากความคึกคักของเศรษฐกิจในเอเชีย

จากการสำรวจโดยฟอร์บส์ พบว่า จำนวนเศรษฐีในจีนเพิ่มขึ้นจาก 69 มาอยู่ที่ 115 คน ฮ่องกงเพิ่มจาก 25 อยู่ที่ 36 คน อินเดียจากเดิม 49 คน มาอยู่ที่ 55 คน และทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก มีจำนวนเพิ่มขึ้นจาก 234 คน มาอยู่ที่ 332 คน เปรียบเทียบกับจำนวนเศรษฐีในยุโรป 300 คน มีถึง 101 คนที่มาจากรัสเซีย ไม่เพียงเท่านั้นในจำนวน 101 คน ยังพำนักอยู่ในกรุงมอสโกถึง 79 คน ยังผลให้มอสโกกลายเป็นเมืองหลวงที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุดในโลกไปโดยปริยาย

“จีนกลายเป็นผู้นำกระแสในปีนี้และเป็นครั้งแรกที่เอเชียมีเศรษฐีมากกว่ายุโรป” ลุยซา ครอลล์ บรรณาธิการอาวุโสของฟอร์บส์ กล่าวพร้อมชี้ว่า เบื้องหลังความสำเร็จของเอเชียมาจากตลาดหุ้นที่คึกคัก และรัฐบาลที่เอื้อต่อการลงทุน นอกจากนี้เหตุที่รัสเซียกลายเป็นแรงหนุนให้กับยุโรป ก็เพราะเศรษฐีส่วนใหญ่ร่ำรวยขึ้นจากธุรกิจสินค้าโภคภัณฑ์ ที่คึกคักจากความต้องการวัตถุดิบการผลิตอย่างต่อเนื่องของเอเชีย

แม้ว่าสหรัฐจะยังครองอันดับ 1 ภูมิภาคที่มีมหาเศรษฐีมากที่สุดในโลก ด้วยจำนวนรวม 413 คน แต่สัดส่วนเริ่มลดลง เนื่องจากปรากฏการณ์ความคึกคักในเอเชีย ซึ่งเมื่อ 10 ปีที่แล้วจำนวนมหาเศรษฐีมากกว่าครึ่งหนึ่งของโลกกระจุกตัวอยู่ในสหรัฐ ทว่าขณะนี้เหลือสัดส่วนเพียงแค่ 1 ใน 3

ในส่วนของภาพรวมมหาเศรษฐีทั่วโลก สตีฟ ฟอร์บส์ บรรณาธิการบริหารของนิตยสารฟอร์บส์ กล่าวว่า จำนวนมหาเศรษฐีที่เพิ่มขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ทว่าการฟื้นตัวนี้ยังไม่กระจายไปทั่วโลก นอกจากนี้ การจัดอันดับครั้งล่าสุดยังสะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในระบบเศรษฐกิจโลก

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท