posttoday
จีนลุกฮือ ?

จีนลุกฮือ ?

22 กุมภาพันธ์ 2554

มีรายงานข่าวออกมาว่า มีความพยายามปลุกระดมให้เกิดการประท้วงดอกมะลิ หรือ Jasmine Revolution แบบที่เกิดขึ้นในตูนิเซีย และลุกลามออกไปยังตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ให้เกิดขึ้นในจีน โดยเมื่อ 2 วันก่อน ตำรวจจีนได้เข้าสกัดกลุ่มเคลื่อนไหวที่พยายามออกมาประท้วงในถึง 13 เมืองใหญ่ทีเดียวครับ

มีรายงานข่าวออกมาว่า มีความพยายามปลุกระดมให้เกิดการประท้วงดอกมะลิ หรือ Jasmine Revolution แบบที่เกิดขึ้นในตูนิเซีย และลุกลามออกไปยังตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ให้เกิดขึ้นในจีน โดยเมื่อ 2 วันก่อน ตำรวจจีนได้เข้าสกัดกลุ่มเคลื่อนไหวที่พยายามออกมาประท้วงในถึง 13 เมืองใหญ่ทีเดียวครับ

โดย...ธนพล ไชยภาษี

มีรายงานข่าวออกมาว่า มีความพยายามปลุกระดมให้เกิดการประท้วงดอกมะลิ หรือ Jasmine Revolution แบบที่เกิดขึ้นในตูนิเซีย และลุกลามออกไปยังตะวันออกกลาง และแอฟริกาเหนือ ให้เกิดขึ้นในจีน โดยเมื่อ 2 วันก่อน ตำรวจจีนได้เข้าสกัดกลุ่มเคลื่อนไหวที่พยายามออกมาประท้วงในถึง 13 เมืองใหญ่ทีเดียวครับ

ตั้งแต่เริ่มเหตุการณ์ประท้วงลุกลามในตะวันออกกลางมาร่วม 2 เดือนนั้น จีนได้เซ็นเซอร์การรายงานข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะจีนเองก็เหมือนวัวสันหลังหวะ ที่มีแผลติดตัวอยู่ในด้านการเมืองการปกครอง และการให้สิทธิเสรีภาพกับประชาชนในด้านต่างๆ

คำถามน่าสนใจก็คือ จะเกิดการประท้วงแบบในตะวันออกกลาง ประชาชนลุกฮือต่อต้านอำนาจรัฐขึ้นในจีนได้หรือไม่?

ถ้ามองกันตอนนี้ ต้องบอกว่ายังยากอยู่เพราะ

1.ถึงแม้ว่าจีนจะปกครองด้วยระบบสังคมนิยม มีพรรคคอมมิวนิสต์เป็นสถาบันการปกครองสูงสุด แต่ทว่ารัฐบาลจีนให้สิทธิเสรีภาพกับประชาชนพอสมควร โดยเฉพาะในเรื่องที่ไม่กระทบกระเทือนความมั่นคงของชาติ จีนให้เสรีภาพทางด้านเศรษฐกิจ คือปล่อยให้ประชาชนลืมตาอ้าปาก บางคนกลายเป็นเศรษฐี เหมือนกับที่ฝรั่งเคยวิจารณ์จีนเอาไว้ว่า จีนเลี้ยงประชาชนเหมือนนกในกรงทอง ถึงจะอยู่ในกรงแต่ก็เป็นกรงทอง เลี้ยงดูอย่างดี ยิ่งทุกวันนั้นกรงมีขนาดใหญ่ขึ้น คนจีนสามารถทำอะไรได้มากขึ้นแต่ต้องอยู่ในกรอบที่วางไว้

2.ภาพลักษณ์ของผู้นำจีนนั้นไม่ได้ย่ำแย่อะไรนักเมื่อเทียบกับผู้นำในตะวันออกกลาง ภาพลักษณ์ของประธานาธิบดี หูจิ่นเทา และนายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า ไม่ได้มีลักษณะของการเป็นผู้นำเผด็จการ แต่ในขณะเดียวกันกลับยังมีภาพลักษณ์ของผู้นำที่เอื้ออารีเสียด้วยซ้ำ เห็นได้หลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เมื่อใดก็ตามที่จีนเกิดภัยพิบัติขึ้น ผู้นำทั้งสองมักจะลงพื้นที่ปลอบประชาชนที่ทุกข์ยากในทันทีทันใด ลักษณะเช่นนี้เรียกกันว่า Benevolent Charisma คือการเป็นผู้นำที่มีเมตตาอารีครับ

3.จีนมีความเด็ดขาดมากกว่าในตะวันออกกลาง คือการจัดการกับกลุ่มเคลื่อนไหว และกลุ่มต่อต้านต่างๆ ที่จีนจัดการโดยไม่แยแสเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากตะวันตก จีนไม่ใช่ลูกหม้อของสหรัฐครับ จึงไม่ต้องสนใจว่าสหรัฐจะว่าอย่างไร อย่างเมื่อครั้งต้นปีที่ผ่านมา เมื่อประธานาธิบดี หูจิ่นเทา แห่งจีนเดินทางเยือนสหรัฐ และถูกประธานาธิบดี บารัก โอบามา วิจารณ์ต่อหน้าถึงปัญหาสิทธิมนุษยชนในจีน หูจิ่นเทายังทำแสร้งไม่ได้ยิน และบอกว่า ล่ามแปลภาษาไม่รู้เรื่องเสียอย่างนั้น

นี่แหละครับ ในระยะสั้นช่วงนี้ แนวโน้มที่จะเกิดการลุกฮือในจีนนั้นแทบจะเป็นศูนย์ แต่ในระยะยาวก็ไม่แน่ ถ้านกน้อยในกรงทองตัวใหญ่ขึ้น และหากรัฐบาลจีนขยายกรงไม่ทัน ทุกอย่างก็ไม่แน่ครับ

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท