
ดาวโจนส์บวกนำตลาดหุ้นสหรัฐ หุ้นสุขภาพพุ่ง จับตาทิศทางดอกเบี้ย
ดาวโจนส์ปิดบวก 529 จุด รับแรงหนุนหุ้นกลุ่มสุขภาพแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีฉุด S&P 500 และ Nasdaq หลังนักลงทุนจับตาต้นทุน AI และทิศทางดอกเบี้ย
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกในวันอังคาร (20 ต.ค.) โดยดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวขึ้นโดดเด่นกว่าดัชนี S&P 500 หลังหุ้นกลุ่มสุขภาพทะยานทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่หุ้นเทคโนโลยีขนาดใหญ่ปรับตัวลงและเป็นแรงฉุดตลาด
ดัชนีดาวโจนส์ปิดที่ 52,495.88 จุด เพิ่มขึ้น 529.85 จุด หรือ 1.02% ดัชนี S&P 500 ปิดที่ 7,712.57 จุด เพิ่มขึ้น 21.84 จุด หรือ 0.28% ส่วนดัชนี Nasdaq Composite ปิดที่ 26,424.82 จุด ลดลง 6.07 จุด หรือ 0.02%
หุ้นกลุ่มสุขภาพเป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นมากที่สุดในบรรดา 11 กลุ่มอุตสาหกรรมของ S&P 500 โดยทำสถิติสูงสุดใหม่ หุ้น Eli Lilly เป็นแรงหนุนสำคัญต่อดัชนี S&P 500 ขณะที่ UnitedHealth, Merck & Co, Johnson & Johnson และ Amgen ช่วยผลักดันดาวโจนส์
หุ้นเทคโนโลยีพักฐาน หลังฟื้นจากแรงเทขาย
หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวลง 0.3% และเป็นปัจจัยฉุด S&P 500 มากที่สุด ส่งผลให้ Nasdaq เคลื่อนไหวใกล้ระดับทรงตัว
ก่อนหน้านี้หุ้นเทคโนโลยีฟื้นตัวเมื่อวันจันทร์ หลังถูกเทขายในสัปดาห์ก่อนจากความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนพัฒนา AI ที่มีมูลค่าสูงและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
หุ้นกลุ่มสื่อสารก็ปรับตัวลงตามหุ้นขนาดใหญ่ ขณะที่หุ้นพลังงานอ่อนตัวหลังราคาน้ำมันลดลงจากระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน
นักลงทุนติดตามความเป็นไปได้ของการเจรจาระหว่างประธานาธิบดีอิหร่านกับผู้บัญชาการกองทัพปากีสถาน ซึ่งมีบทบาทเป็นคนกลางระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ควบคู่กับสถานการณ์โจมตีโครงสร้างพื้นฐานในซาอุดีอาระเบียโดยกลุ่มกบฏฮูตี และรายงานการโจมตีเรือในอ่าวเปอร์เซีย
ดัชนีหุ้นมูลค่า (Value) ของ S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.9% สวนทางดัชนีหุ้นเติบโต (Growth) ที่ลดลง 0.2% ส่วนดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 เพิ่มขึ้น 1.7%
น้ำมันร่วงจากจุดสูงสุด ทองคำอ่อนตัวก่อนประชุมเฟด
ราคาน้ำมันดิบปิดลดลง หลังขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือน โดยน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือนธันวาคมลดลง 76 เซนต์ หรือ 0.69% ปิดที่ 108.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังระหว่างวันขึ้นไปแตะ 111.99 ดอลลาร์
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) เดือนพฤศจิกายน ซึ่งหมดอายุในวันอังคาร ลดลง 1.87 ดอลลาร์ หรือ 1.8% ปิดที่ 101.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนสัญญาเดือนธันวาคมซึ่งมีการซื้อขายคึกคักกว่า ปิดลดลง 72 เซนต์ ที่ 97.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ด้านราคาทองคำปรับตัวลงเล็กน้อย ขณะที่นักลงทุนประเมินความเป็นไปได้ที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมในปีนี้ ก่อนการประชุมนโยบายการเงินในสัปดาห์หน้า
ทองสปอตลดลง 0.3% อยู่ที่ 4,125.90 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนสัญญาทองคำล่วงหน้าสหรัฐฯ ส่งมอบเดือนธันวาคมปิดลดลง 0.4% ที่ 4,142.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์







