
ซาอุฯ เผยสนามบินริยาดถูกกบฏฮูตีโจมตีซ้ำ บาดเจ็บหลายราย
ซาอุฯ เผยสนามบินริยาดถูกโจมตีซ้ำเมื่อวันอาทิตย์ หลังเหตุโจมตีก่อนหน้าคร่าชีวิต 13 ราย บาดเจ็บกว่า 300 คน กลุ่มฮูตีอ้างโจมตีอีกหลายพื้นที่
ทางการซาอุดีอาระเบียรายงานว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุโจมตีสนามบินนานาชาติคิงคาลิดในกรุงริยาดเมื่อวันอาทิตย์ (11 ต.ค.) เพียงหนึ่งวันหลังเหตุโจมตีก่อนหน้าคร่าชีวิตผู้คน 13 ราย และทำให้มีผู้บาดเจ็บมากกว่า 300 คน ขณะที่กลุ่มกบฏฮูตีซึ่งได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านอ้างว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีดังกล่าว
กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียในเยเมนระบุว่า วัตถุบินไม่ทราบชนิดพุ่งเป้าไปยังอาคารผู้โดยสาร 4 ของสนามบินริยาด ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ ส่วนสำนักงานการบินพลเรือนซาอุฯ ระบุว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนหนึ่ง และกำลังประเมินความเสียหาย
กองกำลังพันธมิตรยังเปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธร่อนใกล้สนามบินคิงคาลิดได้ ก่อนจะสกัดและทำลายโดรนอีกลำในจังหวัดทางตะวันออกของประเทศ
เหตุโจมตีต่อเนื่องสะท้อนช่องโหว่ด้านการป้องกันประเทศของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งกำลังเพิ่มปฏิบัติการทางอากาศต่อกลุ่มกบฏฮูตีในเยเมน โดยกลุ่มดังกล่าวกำลังสู้รบกับรัฐบาลเยเมนที่ได้รับการสนับสนุนจากซาอุฯ
สนามบินริยาดยังคงปิดให้บริการนับตั้งแต่เกิดเหตุโจมตีเมื่อวันเสาร์ อย่างไรก็ตาม การประชุมด้านพลังงานนานาชาติที่วางแผนไว้ล่วงหน้ายังคงจัดขึ้นตามกำหนดในวันอาทิตย์
กบฏฮูตีอ้างโจมตีสนามบินดัมมามและเป้าหมายด้านพลังงาน
ยะห์ยา ซารี โฆษกทางทหารของกลุ่มกบฏฮูตี กล่าวผ่านสถานีโทรทัศน์เมื่อวันอาทิตย์ว่า กลุ่มเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีสนามบินริยาดเมื่อวันเสาร์ พร้อมอ้างว่าได้โจมตีสนามบินนานาชาติคิงฟาฮัดในเมืองดัมมาม จังหวัดทางตะวันออกของซาอุฯ รวมถึงสถานที่ปฏิบัติงาน 2 แห่งของ Saudi Aramco บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของประเทศ
สำนักงานการบินพลเรือนซาอุฯ ยืนยันเหตุโจมตีสนามบินดัมมามในช่วงค่ำวันอาทิตย์ โดยระบุว่ากำลังตรวจสอบความเสียหายและประเมินความปลอดภัยของสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสนามบิน
ผู้เห็นเหตุการณ์ซึ่งอยู่บนเครื่องบินที่กำลังเคลื่อนตัวบนลานบิน ให้ข้อมูลกับ Reuters ว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น พบวัตถุพุ่งตกบนลานบินใกล้เครื่องบินที่จอดอยู่หลายลำจนเกิดไฟไหม้ เครื่องบินที่ผู้เห็นเหตุการณ์โดยสารจึงกลับไปยังประตูขึ้นเครื่อง ผู้โดยสารถูกนำลงจากเครื่องและได้รับคำสั่งให้ออกจากสนามบิน
เว็บไซต์ติดตามเที่ยวบิน Flightradar24 รายงานว่า เที่ยวบินขาเข้าและขาออกจากสนามบินดัมมามหลายเที่ยวประสบความล่าช้าหรือถูกยกเลิก สนามบินแห่งนี้ให้บริการพื้นที่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมน้ำมันของซาอุฯ และเป็นสนามบินขนาดใหญ่อันดับ 3 ของประเทศ
ก่อนหน้านี้ กลุ่มกบฏฮูตีเตือนสายการบิน พนักงานสนามบิน และผู้โดยสารไม่ให้ใช้สนามบินในซาอุดีอาระเบีย พร้อมระบุว่ารัฐบาลซาอุฯ ต้องรับผิดชอบหากระบบป้องกันภัยไม่สามารถสกัดการโจมตีได้
กบฏฮูตีเตือนสถานการณ์อาจรุนแรงขึ้น
ซาอุดีอาระเบียเพิ่มบทบาททางทหารในเยเมนในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยการโจมตีทางอากาศต่อกลุ่มกบฏฮูตีและสนับสนุนรัฐบาลเยเมนในการเปิดปฏิบัติการตอบโต้ หลังกลุ่มฮูตีเข้ายึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ตามแนวชายฝั่งทะเลแดงเมื่อเดือนก่อน
กลุ่มกบฏฮูตีอ้างว่า ซาอุดีอาระเบียเปิดฉากโจมตีทางอากาศในเยเมน 124 ครั้งภายใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ครอบคลุมกรุงซานา เมืองหลวงของประเทศ และจังหวัดซาดา ซึ่งเป็นฐานที่มั่นสำคัญของกลุ่ม
กระทรวงการต่างประเทศของเยเมนภายใต้การควบคุมของกลุ่มกบฏฮูตีเตือนว่า หากซาอุดีอาระเบียยังคงปฏิบัติการทางทหารและแทรกแซงกิจการของเยเมน กลุ่มจะตอบโต้รุนแรงยิ่งขึ้น โดยยึดหลักการตอบโต้ในระดับเดียวกัน
ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า เมื่อวันเสาร์ สหรัฐฯ กำลังพิจารณาเข้าร่วมปฏิบัติการโจมตีกลุ่มกบฏฮูตีของซาอุดีอาระเบีย ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่ขยายวงจากสงครามกับอิหร่านที่สหรัฐฯ และอิสราเอลเริ่มต้นในเดือนกุมภาพันธ์
การประชุมพลังงานเดินหน้าท่ามกลางความเสี่ยง
กระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียระบุว่า การประชุม 5 วันขององค์กรพลังงานระหว่างประเทศ WPC Energy เปิดฉากตามกำหนดเมื่อวันอาทิตย์ ณ ศูนย์ประชุมซึ่งอยู่ห่างจากสนามบินริยาดประมาณ 10 กิโลเมตร ขณะที่การประชุมระดับรัฐมนตรีของ International Energy Forum ก็ยังดำเนินต่อไป โดยการประชุมเต็มคณะจัดขึ้นเป็นการภายใน
อย่างไรก็ตาม การเดินทางกลับของเจ้าหน้าที่ต่างชาติได้รับผลกระทบจากการปิดสนามบิน โดยเจ้าหน้าที่เยอรมนีกำลังหาทางจัดเที่ยวบินกลับให้คาทารีนา ไรเชอ รัฐมนตรีเศรษฐกิจ ซึ่งเดินทางมาร่วมการประชุม และมีกำหนดกลับกรุงเบอร์ลินในวันจันทร์ แต่มีแนวโน้มว่าเที่ยวบินจะไม่สามารถออกเดินทางได้
ขณะเดียวกัน ทางการซาอุฯ แจ้งผู้ปกครองให้โรงเรียนทุกแห่งในกรุงริยาดเปลี่ยนไปจัดการเรียนการสอนทางไกลตั้งแต่วันอาทิตย์ถึงวันพฤหัสบดี ครอบคลุมนักเรียน ครู และเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร
สำหรับเหตุโจมตีสนามบินริยาดเมื่อวันเสาร์ ซึ่งเป็นการโจมตีสนามบินครั้งที่ 3 ภายในหนึ่งสัปดาห์ ทางการซาอุฯ ระบุว่า ผู้เสียชีวิตประกอบด้วยชาวซาอุฯ 4 ราย และชาวบังกลาเทศ 2 ราย รวมถึงพลเมืองสหรัฐฯ จอร์แดน ปาเลสไตน์ ซีเรีย ซูดาน และอียิปต์
ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตอินเดียในกรุงริยาดยืนยันว่า พลเมืองอินเดียที่ได้รับบาดเจ็บเสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 1 ราย ทำให้ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มจากตัวเลขเบื้องต้น 12 รายเป็น 13 ราย
ก่อนหน้านี้ การโจมตีสนามบินริยาดอีก 2 ครั้งในช่วงต้นสัปดาห์ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 4 ราย และหนึ่งในเหตุการณ์สร้างความเสียหายอย่างหนักแก่เครื่องบินพาณิชย์ของซาอุฯ ที่จอดอยู่บนลานบิน







