posttoday
จับตาความเคลื่อนไหวพญามังกร 'สี จิ้นผิง' เยือนอียิปต์-อินเดีย ก่อนถก 'ทรัมป์' ปลายก.ย.

จับตาความเคลื่อนไหวพญามังกร 'สี จิ้นผิง' เยือนอียิปต์-อินเดีย ก่อนถก 'ทรัมป์' ปลายก.ย.

31 สิงหาคม 2569

สี จิ้นผิง เดินสายเยือนอียิปต์ คีร์กีซสถาน และอินเดีย ตอกย้ำบทบาทการเป็นผู้นำของจีนในเวทีโลก และสร้างพันธมิตรขั้วอำนาจใหม่

 

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ผู้นำจีน เตรียมเดินสายเยือนต่างประเทศครั้งสำคัญ โดยมีกำหนดเดินทางไปคีร์กีซสถานเพื่อร่วมเวที SCO ตามด้วยอียิปต์ อินเดียในเวที BRICS และปิดท้ายที่สหรัฐอเมริกา

 

ความเคลื่อนไหวครั้งใหญ่นี้สะท้อนให้เห็นยุทธศาสตร์ใหม่ของรัฐบาลปักกิ่ง ที่มุ่งกระชับความสัมพันธ์กับกลุ่มขั้วอำนาจใหม่และเร่งฟื้นฟูมิตรภาพกับอินเดีย

 

นอกจากนี้ ผู้นำจีนยังเตรียมเปิดโต๊ะเจรจากับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เพื่อสางปมความขัดแย้งเรื่องสงครามการค้าและเทคโนโลยี AI ท่ามกลางสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์โลกที่กำลังตึงเครียดอย่างหนัก

 

จับตาความเคลื่อนไหวพญามังกร 'สี จิ้นผิง' เยือนอียิปต์-อินเดีย ก่อนถก 'ทรัมป์' ปลายก.ย.

 

ทำไม "การเยือนต่างประเทศ" ของผู้นำจีนถึงน่าจับตาในเวลานี้?

 

ข้อมูลจากศูนย์ยุทธศาสตร์และการระหว่างประเทศ (CSIS) ชี้ให้เห็นว่า ที่ผ่านมาผู้นำจีนเดินทางเยือนต่างประเทศน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด นับตั้งแต่ช่วงต้นปี ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เดินทางออกนอกประเทศเพียงครั้งเดียว คือการไปเยือนเกาหลีเหนือเมื่อเดือนมิถุนายน (ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี) 

 

ทิศทางนี้สวนทางกับสถานการณ์ช่วงครึ่งปีแรกอย่างสิ้นเชิง ที่มีผู้นำระดับโลกกว่า 20 ประเทศ รวมถึงโดนัลด์ ทรัมป์ ผลัดเปลี่ยนกันเดินทางมาเยือนกรุงปักกิ่งอย่างต่อเนื่อง

 

 

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ความตึงเครียดทั่วโลกที่ทวีความรุนแรงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นวิกฤตในอิหร่าน ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน หรือสมรภูมิการแข่งขันด้านเทคโนโลยี AI ล้วนเป็นปัจจัยกดดันให้จีนต้องลุกขึ้นมาแสดงบทบาทผู้นำบนเวทีโลกให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

“ถึงเวลาแล้วที่จีนอาจต้องก้าวขึ้นมารับผิดชอบต่อประชาคมโลกให้มากขึ้น และทำหน้าที่เป็นผู้จัดหาสินค้าและบริการสาธารณะระดับโลก” จ้าว ไห่ (Hai Zhao) ผู้อำนวยการฝ่ายการเมืองระหว่างประเทศ สถาบันสังคมศาสตร์แห่งชาติจีน (CASS) ระบุ

 

พร้อมย้ำว่า จีนคือตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดทิศทางความมั่นคงของห่วงโซ่อุปทานโลก เส้นทางการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ และความมั่นคงทางไซเบอร์

 

ยุทธศาสตร์แรกของจีนคือการขยายอิทธิพลสู่กลุ่มประเทศนอกตะวันตก โดยมีกำหนดการดังนี้

 

  • คีร์กีซสถาน (การประชุม SCO): ประธานาธิบดีสีเดินทางถึงกรุงบิชเคก เพื่อร่วมประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) เวทีความมั่นคงที่รวมผู้นำรัสเซีย อินเดีย และชาติพันธมิตรนอกกลุ่มตะวันตก

 

  • อียิปต์: เตรียมเยือนอียิปต์อย่างเป็นทางการครั้งแรกในรอบ 10 ปี ต่อยอดอิทธิพลในภูมิภาคคลองสุเอซผ่านเขตความร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับทวิภาคี

จับตาความเคลื่อนไหวพญามังกร 'สี จิ้นผิง' เยือนอียิปต์-อินเดีย ก่อนถก 'ทรัมป์' ปลายก.ย.

 

จับตา 'สี จิ้นผิง' เยือนอินเดียบนเวที BRICS

 

การประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม BRICS ณ กรุงนิวเดลี ประเทศอินเดีย ในวันที่ 12-13 กันยายนนี้ ถูกจับตามองเป็นพิเศษเนื่องจากมีคาดการณ์กันว่า ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง จะเดินทางมาร่วมงานด้วยตนเอง

 

ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะนับเป็นการเยือนอินเดียครั้งแรกของผู้นำจีนตั้งแต่ปี 2019 และเป็นการเผชิญหน้าอย่างเป็นทางการครั้งแรกหลังเกิดเหตุปะทะรุนแรงบริเวณพรมแดนเมื่อปี 2020

 

บรรยากาศความสัมพันธ์ระหว่างสองมหาอำนาจเอเชียเริ่มส่งสัญญาณบวกชัดเจนขึ้นภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ทั้งสองฝ่ายต่างเร่งฟื้นฟูความสัมพันธ์หลายมิติ

 

ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมเปิดเที่ยวบินตรง การรื้อฟื้นเส้นทางสายไหมบางส่วน การบรรลุข้อตกลงยุติความขัดแย้งบริเวณชายแดน ตลอดจนการผ่อนคลายเกณฑ์การลงทุนจากจีน แม้จะยังมีปมขัดข้องเรื่องการออกวีซ่าให้นักธุรกิจอินเดียอยู่บ้างก็ตาม

 

ด้านเกมบริหารอำนาจระดับโลก สหรัฐฯ กำลังจับตาความเคลื่อนไหวบนเวที SCO และ BRICS อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นการกว้านซื้อน้ำมันดิบ ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า อินเดียกำลังใช้เวทีเหล่านี้เป็นเครื่องมือตอกย้ำจุดยืนการขับเคลื่อน "โลกหลายขั้วอำนาจ" (Multi-polar world)

 

ตัวเลขจาก Kpler สะท้อนภาพนี้อย่างชัดเจน โดยพบว่าน้ำมันดิบที่อินเดียนำเข้าในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคมที่ผ่านมา มาจากรัสเซียสูงเกินกว่า 50%

 

อย่างไรก็ดี อินเดียเองก็กำลังแบกรับความเสี่ยงจากฝั่งวอชิงตันเช่นกัน โดยอาจเผชิญการตั้งกำแพงภาษีสูงลิ่วถึง 100% หากรัฐสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมาย Graham

 

ประมิต ปาล จอดรี (Pramit Pal Chaudhuri) หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการเอเชียใต้แห่ง Eurasia Group ชี้ว่า "การประชุมครั้งนี้คือเวทีสำคัญที่อินเดียจะส่งสัญญาณเตือนทางอ้อมไปถึงสหรัฐฯ ว่า หากวอชิงตันยังคงมีท่าทีผันผวนเอาแน่เอานอนไม่ได้ สหรัฐฯ เองนั่นแหละที่จะต้องยอมจ่ายราคาแพงสำหรับเรื่องนี้"

 

จับตาความเคลื่อนไหวพญามังกร 'สี จิ้นผิง' เยือนอียิปต์-อินเดีย ก่อนถก 'ทรัมป์' ปลายก.ย.

 

จับตาซัมมิต 'ทรัมป์-สี จิ้นผิง'

 

ช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ (คาดว่าจะเป็นวันที่ 24 ก.ย.) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เตรียมเดินทางเยือนกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพื่อพบปะหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมี 2 วาระสำคัญที่แวดวงการเมืองและเศรษฐกิจโลกต้องจับตามอง ได้แก่

 

1. การกำกับดูแลปัญญาประดิษฐ์ (AI)

 

หลังจากจีนและสหรัฐฯ เปิดเวทีหารือนอกรอบที่กรุงปักกิ่งไปก่อนหน้านี้ จ้าว ไห่ นักวิชาการจีนได้ออกมาเตือนว่า หากเทคโนโลยีโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) ตกไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดี อาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล

 

ในขณะที่ กาเบรียล วิลเดา ผู้เชี่ยวชาญจากบริษัทที่ปรึกษา Teneo มองว่าการแข่งขันพัฒนา AI ในขณะนี้คือ "เกมที่ต้องมีฝ่ายแพ้และฝ่ายชนะอย่างเด็ดขาด (Zero-sum game)"

 

2. สงครามการค้าและประเด็นอิหร่าน

 

การขยายเวลาพักรบสงครามการค้าระหว่างสองมหาอำนาจ ยังคงเป็นปัจจัยชี้ชะตาเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก นอกจากนี้ยังต้องจับตาดูท่าทีของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่เตรียมใช้เวทีนี้กดดันจีนอย่างหนัก จากข้อครหาที่ว่าจีนให้การสนับสนุนทางการเงินแก่อิหร่าน

 

ภารกิจที่อัดแน่นของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ในช่วงเวลานี้ สะท้อนภาพชัดเจนว่ารัฐบาลปักกิ่งกำลังเร่งเดินเกมรุกทางการทูตเพื่อรักษาสมดุลอำนาจบนเวทีโลก ทั้งการดึงพันธมิตรจากประเทศนอกกลุ่มตะวันตก การสานต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอินเดีย ไปจนถึงการเจรจาต่อรองผลประโยชน์ระดับชาติกับสหรัฐฯ

 

ซึ่งแน่นอนว่า ผลลัพธ์จากการเดินสายเจรจาครั้งนี้ จะสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ต่อทั้งห่วงโซ่อุปทานและทิศทางเศรษฐกิจโลกในระยะยาว

 

 

ข่าวล่าสุด

อนุทินลงพื้นที่สงขลา ดัน 96 โครงการกว่า 1.3 หมื่นล้าน ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้

อนุทินลงพื้นที่สงขลา ดัน 96 โครงการกว่า 1.3 หมื่นล้าน ฟื้นเศรษฐกิจชายแดนใต้