
ทรัมป์ลั่นใกล้หมดความอดทนกับอิหร่าน หลังถกสี จิ้นผิงเปิดช่องฮอร์มุซ
ทรัมป์ประกาศใกล้หมดความอดทนต่ออิหร่าน หลังหารือสี จิ้นผิงเรื่องช่องแคบฮอร์มุซ ขณะสถานการณ์สงคราม-พลังงานโลกยังตึงเครียด
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เปิดเผยว่า เขากำลัง “ใกล้หมดความอดทน” ต่ออิหร่าน หลังหารือกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ท่ามกลางวิกฤตสงครามในตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ และสถานการณ์ความมั่นคงในช่องแคบฮอร์มุซที่ยังเปราะบาง
ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ในรายการ “Hannity” ของ Fox News เมื่อคืนวันพฤหัสบดีว่า สหรัฐต้องการให้อิหร่านยอมทำข้อตกลงโดยเร็ว หลังการเจรจายุติความขัดแย้งหยุดชะงัก เพราะเตหะรานยังปฏิเสธยุติโครงการนิวเคลียร์และไม่ยอมส่งมอบยูเรเนียมเสริมสมรรถนะที่สะสมไว้
“ผมจะไม่อดทนไปได้อีกนาน พวกเขาควรทำข้อตกลง” ทรัมป์กล่าว พร้อมระบุว่า การเข้าควบคุมคลังยูเรเนียมของอิหร่านอาจมีความจำเป็นในเชิง “ภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นสาธารณะ” มากกว่าด้านยุทธศาสตร์โดยตรง
ทำเนียบขาวเปิดเผยว่า ระหว่างการพบหารือที่กรุงปักกิ่ง ผู้นำสหรัฐและจีนเห็นพ้องกันถึงความจำเป็นในการรักษาเสรีภาพการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 20% ของโลก ก่อนเกิดสงคราม
จีนซึ่งเป็นผู้ซื้อน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของอิหร่าน และมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเตหะราน ได้แสดงจุดยืนคัดค้านการใช้กำลังทางทหารในพื้นที่ รวมถึงคัดค้านแนวคิดการเรียกเก็บค่าผ่านทางเรือในช่องแคบดังกล่าว
ทรัมป์ยังเปิดเผยว่า สี จิ้นผิง รับปากว่าจะไม่ส่งอาวุธหรือยุทโธปกรณ์ทางทหารให้อิหร่าน พร้อมทั้งสนใจเพิ่มการซื้อน้ำมันจากสหรัฐ เพื่อลดการพึ่งพาเส้นทางขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซในอนาคต
สถานการณ์ล่าสุดในภูมิภาคยังคงตึงเครียด หลังเกิดเหตุเรือบรรทุกสินค้าสัญชาติอินเดียที่ขนปศุสัตว์จากแอฟริกาไปยังสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ถูกโจมตีนอกชายฝั่งโอมานจนจมลง โดยบริษัทความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษเชื่อว่า เรืออาจถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธหรือโดรน
นอกจากนี้ หน่วยงานความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษ (UKMTO) ยังรายงานว่า มีบุคคล “ไม่ได้รับอนุญาต” เข้ายึดเรือลำหนึ่งใกล้ท่าเรือฟูไจราห์ของยูเออี และบังคับเปลี่ยนเส้นทางไปยังอิหร่าน ขณะที่บริษัทที่ปรึกษาด้านความปลอดภัยทางทะเล Vanguard ระบุว่า ผู้ก่อเหตุเป็นเจ้าหน้าที่ของอิหร่าน
แม้อิหร่านเริ่มผ่อนคลายให้เรือบางประเทศผ่านช่องแคบได้ ภายใต้เงื่อนไขของเตหะราน แต่จำนวนเรือที่สัญจรยังต่ำกว่าระดับปกติก่อนสงครามอย่างมาก โดยกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิหร่านอ้างว่า มีเรือผ่านช่องแคบ 30 ลำตั้งแต่วันพุธที่ผ่านมา เทียบกับค่าเฉลี่ยเดิมราว 140 ลำต่อวัน
ด้านรัฐบาลวอชิงตันพยายามเร่งหาทางยุติสงคราม ก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งความขัดแย้งดังกล่าวเริ่มกลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองต่อทรัมป์มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า จีนอาจไม่ต้องการกดดันอิหร่านอย่างจริงจัง เพราะยังมองเตหะรานเป็นพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ในการถ่วงดุลอิทธิพลของสหรัฐ







