ทรัมป์โพสต์ภาพ AI คล้ายพระเยซู จุดขัดแย้งศาสนา หลังวิวาทกับพระสันตะปาปา
ทรัมป์เผยแพร่ภาพ AI เปรียบตนดั่งพระเยซู ท่ามกลางศึกวิวาทกับพระสันตะปาปา จุดกระแสวิจารณ์รุนแรงจากฝ่ายศาสนาและฐานเสียงคริสเตียน
ประเด็นถกเถียงทางการเมืองและศาสนาในสหรัฐทวีความร้อนแรงขึ้น หลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เผยแพร่ภาพที่สร้างด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งแสดงให้เห็นตนเองในลักษณะคล้ายพระเยซูก่อนจะลบโพสต์ดังกล่าวในวันถัดมา ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง แม้แต่จากกลุ่มอนุรักษนิยมทางศาสนาที่เคยสนับสนุนเขา
ภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ของทรัมป์ โดยเป็นภาพลักษณะคล้ายงานศิลปะ แสดงให้เห็นเขาสวมชุดสีขาว ใช้มือแตะศีรษะชายคนหนึ่งราวกับกำลังรักษาอาการป่วย พร้อมองค์ประกอบฉากหลัง เช่น เทพีเสรีภาพ ดอกไม้ไฟ เครื่องบินรบ และนกอินทรี
การเผยแพร่ภาพดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงระหว่างทรัมป์กับโป๊ปลีโอ ซึ่งออกมาวิพากษ์วิจารณ์สงครามระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านว่า “ไร้มนุษยธรรม” โดยก่อนหน้าการโพสต์ภาพ ทรัมป์ยังได้โจมตีโป๊ปลีโออย่างรุนแรง โดยระบุว่า “อ่อนแอด้านอาชญากรรม และล้มเหลวด้านนโยบายต่างประเทศ”
ด้านโป๊ปลีโอตอบโต้ว่าไม่หวั่นเกรงต่อแรงกดดันจากรัฐบาลสหรัฐ และจะยังคงแสดงจุดยืนต่อไป โดยในการกล่าวสุนทรพจน์ที่ Algiers ได้ประณามมหาอำนาจโลกในลักษณะ “ล่าอาณานิคมยุคใหม่” ที่ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ แม้ไม่ได้ระบุชื่อสหรัฐโดยตรง
แม้ทรัมป์จะออกมาชี้แจงในภายหลังว่า ภาพดังกล่าวมีเจตนาแสดงให้เห็นตนในฐานะแพทย์ผู้รักษาผู้คน และปฏิเสธว่าไม่ใช่การเปรียบเทียบตนเองกับพระเยซู พร้อมระบุว่าเป็น “ข่าวปลอม” แต่เสียงวิจารณ์ยังคงดำเนินต่อไป
บุคคลในแวดวงการเมืองและสังคมจำนวนมากออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย โดยมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการดูหมิ่นศาสนา รวมทั้งได้ตั้งคำถามถึงความเหมาะสม พร้อมชี้ว่าความถ่อมตนเป็นสิ่งที่ผู้นำควรมี
นักวิเคราะห์มองว่าเหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อฐานเสียงคริสเตียน ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อชัยชนะของทรัมป์ในการเลือกตั้งปี 2024 โดยเฉพาะกลุ่มคาทอลิกที่เคยให้การสนับสนุนอย่างมาก
ด้านนักวิชาการด้านศาสนา ระบุว่านี่อาจเป็น “จุดเปลี่ยนสำคัญ” ที่จะทดสอบว่าชาวคาทอลิกในสหรัฐจะเลือกยืนข้างผู้นำประเทศหรือผู้นำศาสนา รวมทั้งเรียกร้องให้ทรัมป์กล่าวขอโทษต่อโป๊ปลีโอสำหรับถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม
ทั้งนี้ ความตึงเครียดระหว่างทรัมป์กับผู้นำคริสตจักรไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยก่อนหน้านี้เขาเคยมีข้อขัดแย้งกับโป๊ปฟรานซิสในประเด็นนโยบายตรวจคนเข้าเมือง
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่าความขัดแย้งครั้งล่าสุดมีลักษณะรุนแรงมากขึ้น โดยไม่ใช่เพียงความเห็นต่างเชิงนโยบาย แต่สะท้อนถึงการขาดความเคารพ ซึ่งอาจสร้างความเสี่ยงทางการเมืองต่อทรัมป์ในระยะยาว


