posttoday

เจรจาล่ม! อิหร่านชูแต้มต่อช่องแคบฮอร์มุซบีบสหรัฐฯ ส่อเค้าสงครามยืดเยื้อ

13 เมษายน 2569

เจรจาล่มสหรัฐฯ-อิหร่านเหตุปมนิวเคลียร์และช่องแคบฮอร์มุซหลังคุย21ชม.ที่ปากีสถานทำอิหร่านชูแต้มต่อคุมเส้นทางพลังงานโลกขณะอิสราเอลลั่นเดินหน้าสงครามต่อทันที

KEY

POINTS

  • การเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านประสบความล้มเหลว เนื่องจากอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอที่มองว่าเป็นการละเมิดอธิปไตย
  • อิหร่านใช้ความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งพลังงานหลักของโลก เป็นอำนาจต่อรองสำคัญในการกดดันสหรัฐฯ
  • ความล้มเหลวในการเจรจาเพิ่มความตึงเครียดและส่อเค้าให้เกิดการเผชิญหน้าทางทหารที่อาจยืดเยื้อ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานโลก

ปากีสถาน – ปิดฉากการเจรจาสันติภาพ 21 ชั่วโมงด้วยความล้มเหลว หลังรัฐบาลวอชิงตันและเตหะรานไม่สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้ โดยนาย JD Vance รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่าอิหร่านปฏิเสธข้อเสนอสุดท้ายในการยุติโครงการนิวเคลียร์ ขณะที่ฝั่งอิหร่านสวนกลับว่าข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ “ผิดกฎหมาย” และล้ำเส้นอธิปไตย โดยเฉพาะประเด็นการยึดทรัพย์สินและการควบคุมน่านน้ำยุทธศาสตร์

เดิมพันอำนาจ: เมื่ออิหร่านกุม "เส้นเลือดใหญ่" พลังงานโลก

รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง วิเคราะห์ว่าอิหร่านเป็นฝ่าย “ชนะยกแรก” ตั้งแต่ก่อนเริ่มเจรจา เพราะสามารถบีบให้มหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ต้องลดเพดานบินลงมาต่อรองด้วยสถานะที่เกือบจะเท่าเทียมกัน สอดคล้องกับทัศนะของ ศาสตราจารย์ John Mearsheimer ที่ชี้ว่าอิหร่านกุมอำนาจต่อรองเหนือกว่าผ่านความสามารถในการปิด “ช่องแคบฮอร์มุซ” ซึ่งสหรัฐฯ เองก็ไม่กล้าใช้กำลังทหารเข้าหักหาญเนื่องจากกังวลเรื่องความสูญเสียมหาศาลและกำลังรบที่ร่อยหรอลงจากสมรภูมิอื่น

ปมขัดแย้ง 3 ด้าน: นิวเคลียร์ ทรัพย์สิน และอธิปไตยทางทะเล

ความล้มเหลวครั้งนี้มีชนวนเหตุสำคัญจากข้อเสนอที่อิหร่านมองว่า “เรียกร้องมากเกินไป” โดยเฉพาะเงื่อนไขการยุติพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์และการจัดการในช่องแคบฮอร์มุซ นอกจากนี้ ทีมเจรจาอิหร่านยังแสดงความไม่พอใจที่ฝ่ายสหรัฐฯ เปิดช่องให้นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูแห่งอิสราเอลเข้ามาแทรกแซงกระบวนการตัดสินใจ ซึ่งในมุมมองของอิหร่าน การที่สหรัฐฯ ยังคงยึดอายัดทรัพย์สินของตนไว้อย่างไม่เป็นธรรมถือเป็นกำแพงสูงที่ขวางกั้นความเชื่อมั่นระหว่างสองประเทศ

 

ระเบียบใหม่ในตะวันออกกลาง: จากสมรภูมิสู่กติกาเดินเรือสากล

แม้ภาพรวมอิหร่านจะบอบช้ำจากสงคราม แต่การค้นพบอาวุธใน “สงครามอสมมาตร” อย่างการตัดเส้นเลือดใหญ่การค้าในทะเลแดงและฮอร์มุซ กลายเป็นไม้ตายที่ทำให้พวกเขาไม่ล่มสลาย ผู้เชี่ยวชาญมองว่าทางออกระยะยาวคือการจัดระเบียบการเดินเรือใหม่โดยใช้อาเซียนโมเดลอย่าง “ช่องแคบมะละกา” มาเป็นต้นแบบ เพื่อให้อิหร่านเข้ามามีส่วนร่วมในฐานะผู้รักษาความปลอดภัยร่วมกับนานาชาติ แทนการผูกขาดอำนาจเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งต้องอาศัยการทูตที่ไม่มีวันสิ้นสุด

"อิหร่านไม่ได้ต้องการล่มสลาย แต่พวกเขากำลังสร้างอำนาจต่อรองใหม่ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดที่โลกไม่อาจมองข้ามได้" — รศ.ดร.ปณิธาน วัฒนายากร

บทสรุปและแนวโน้มในอนาคต

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังก้าวสู่ระยะที่ตึงเครียดกว่าเดิม เมื่อประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศปิดล้อม (Blockage) ช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่อิสราเอลยืนยันเดินหน้าปฏิบัติการทางทหารในเลบานอนต่อไป แนวโน้มในระยะสั้นอาจเกิดการเผชิญหน้าทางเรือที่รุนแรงขึ้น ผลกระทบจะตกอยู่ที่ราคาพลังงานและการขนส่งสินค้าทั่วโลก ทางแก้ไขที่ยั่งยืนคือการเร่งเจรจากรอบความร่วมมือทางทะเล (UNCLOS) เพื่อดึงอิหร่านเข้าสู่ระบบกติกาใหม่ก่อนที่ความขัดแย้งจะลุกลามสู่ระดับนิวเคลียร์

วิเคราะห์และสรุปประเด็นสำคัญ

  • ความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์: อิหร่านใช้อำนาจเหนือช่องแคบฮอร์มุซเป็นเครื่องมือต่อรองหลัก (Leverage) ซึ่งทำให้สหรัฐฯ ตกอยู่ในสภาวะยากลำบากในการใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซง
  • ภาวะชะงักงันทางการทูต: การเจรจาล้มเหลวเนื่องจากความไม่ไว้วางใจกัน โดยเฉพาะการที่อิสราเอลมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของสหรัฐฯ และข้อเสนอที่อิหร่านมองว่าละเมิดอธิปไตย
  • ระเบียบโลกใหม่ทางทะเล: ทางออกในอนาคตอาจต้องพึ่งพาการสร้างข้อตกลงพหุภาคีในน่านน้ำสากล โดยใช้อาเซียนโมเดลเป็นต้นแบบเพื่อเปลี่ยนจากสงครามเป็นการจัดการความปลอดภัยร่วมกัน

แหล่งที่มา : Facebook Panitan Wattanayagorn (ปณิธาน วัฒนายากร)
เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง 

ข่าวล่าสุด

สงกรานต์ 3 วันแรก คดีคุมประพฤติ 1,750 คดี ‘เมาแล้วขับ’ พุ่ง 1,613 คดี