ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก นักลงทุนยังจับตาสงครามสหรัฐ–อิหร่าน
ตลาดหุ้นสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้น นักลงทุนจับตาการเจรจาสหรัฐ–อิหร่าน แม้ความตึงเครียดเพิ่มขึ้น ราคาน้ำมันพุ่ง กังวลเงินเฟ้อกดดันเศรษฐกิจ
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นในวันจันทร์ (ตามเวลาท้องถิ่น) ท่ามกลางการติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยนักลงทุนพยายามประเมินความคืบหน้าของการเจรจาหยุดยิง ขณะเดียวกันก็จับตาท่าทีที่แข็งกร้าวมากขึ้นของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งขู่จะยกระดับมาตรการตอบโต้ หากอิหร่านยังไม่ยอมเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้การขนส่งน้ำมันกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ
รายงานระบุว่า อิหร่านได้ปฏิเสธข้อเสนอหยุดยิงทันทีจากสหรัฐฯ โดยยืนยันเงื่อนไขให้ยุติสงครามอย่างถาวรเท่านั้น ท่ามกลางแรงกดดันจากคำขู่ของผู้นำสหรัฐฯ ที่ประกาศพร้อมดำเนินมาตรการรุนแรง หากเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญด้านพลังงานของโลกยังคงถูกปิดกั้น
อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังได้รับสัญญาณบวกบางส่วน จากรายงานที่ระบุว่าสหรัฐฯ อิหร่าน และกลุ่มตัวกลางในภูมิภาค ยังคงอยู่ระหว่างการหารือเพื่อหาข้อสรุปของข้อตกลงหยุดยิง
ข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดระบุว่า ภาคบริการของสหรัฐฯ ขยายตัวในเดือนมีนาคมต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่การจ้างงานในภาคดังกล่าวหดตัว และดัชนีราคาที่จ่าย ซึ่งเป็นตัวชี้วัดเงินเฟ้อ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนตุลาคม 2565
ขณะเดียวกัน รายงานการจ้างงานเดือนมีนาคมที่เผยแพร่ในช่วงวันหยุดตลาด (Good Friday) ระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ เพิ่มการจ้างงาน 178,000 ตำแหน่ง สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 60,000 ตำแหน่ง อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการจ้างงานเดือนกุมภาพันธ์ถูกปรับเพิ่มการสูญเสียงานเป็น 133,000 ตำแหน่ง จากเดิม 92,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้ภาพรวมยังมีความไม่แน่นอน
ดัชนีดาวโจนส์ปรับเพิ่มขึ้น 165.21 จุด หรือ 0.36% ปิดที่ 46,669.88 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 29.33 จุด หรือ 0.45% ปิดที่ 6,612.02 จุด และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 117.16 จุด หรือ 0.54% ปิดที่ 21,996.34 จุด
ในส่วนของตลาดพลังงาน ราคาน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.8% ปิดที่ 112.41 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 0.8% อยู่ที่ 109.77 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งยังคงสูงกว่าระดับประมาณ 70 ดอลลาร์ก่อนเกิดความขัดแย้ง
ด้านราคาทองสปอตเคลื่อนไหวอยู่บริเวณ 4,650 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี แนวโน้มการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในวันที่ 10 เมษายน อาจส่งผลต่อการคาดการณ์การปรับลดอัตราดอกเบี้ย และกดดันราคาทองคำในระยะถัดไป


