posttoday

สงครามอิหร่านกดตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ ราคาทองร่วงต่อ น้ำมันพุ่ง

14 มีนาคม 2569

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบทั้งสัปดาห์จากความกังวลสงครามอิหร่านกระทบอุปทานน้ำมันโลก ราคาน้ำมันทะยานเหนือ 100 ดอลลาร์ กดดันเงินเฟ้อและแนวโน้มดอกเบี้ย

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวลดลงในวันศุกร์ พร้อมบันทึกการปรับตัวลงรายสัปดาห์ ท่ามกลางความผันผวนของราคาน้ำมันดิบที่แกว่งตัวรุนแรง จากความกังวลว่าสงครามในอิหร่านอาจส่งผลกระทบต่ออุปทานพลังงานของโลก และเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ

 

ดัชนีหลักทั้งสามของตลาดหุ้นสหรัฐต่างปิดในแดนลบทั้งรายวันและรายสัปดาห์ 

 

โดยดัชนี Dow Jones Industrial Averageลดลง 119.38 จุด หรือ 0.26% ปิดที่ 46,558.47 จุด 

 

ขณะที่ S&P 500 ปรับตัวลง 40.43 จุด หรือ 0.61% ปิดที่ 6,632.19 จุด 

 

และ Nasdaq Composite ร่วงลง 206.62 จุด หรือ 0.93% ปิดที่ 22,105.36 จุด

 

ในขณะเดียวกัน ดัชนีหุ้นขนาดเล็ก Russell 2000 ปิดที่ระดับต่ำสุดของปี สะท้อนความเปราะบางของหุ้นกลุ่มบริษัทขนาดเล็กต่อภาวะเศรษฐกิจและความผันผวนของตลาด

 

แรงกดดันสำคัญต่อบรรยากาศการลงทุนมาจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศว่าจะโจมตีอิหร่าน “อย่างหนักในสัปดาห์หน้า” ขณะเดียวกันมีรายงานว่าความขัดแย้งได้ขยายวงไปยังหลายประเทศในตะวันออกกลาง ได้แก่ เลบานอน คูเวต อิรัก สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บาห์เรน และโอมาน ส่งผลให้ความหวังต่อการคลี่คลายสถานการณ์ในระยะสั้นลดลงอย่างมาก

 

สถานการณ์ดังกล่าวยังทำให้อิหร่านเพิ่มมาตรการควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญที่มีปริมาณน้ำมันราวหนึ่งในห้าของโลกผ่านทุกวัน โดยสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่าสงครามครั้งนี้อาจก่อให้เกิดการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์

 

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง แม้ว่าสหรัฐจะผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียชั่วคราวเพื่อบรรเทาความกังวลด้านอุปทาน โดยสัญญาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัส (WTI) ส่งมอบเดือนใกล้สุด ปิดที่ 98.71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 3.11% ขณะที่น้ำมันดิบเบรนต์ปรับตัวขึ้น 2.67% ปิดที่ 103.14 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นการกลับมายืนเหนือระดับ 100 ดอลลาร์ครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2022

 

ด้านข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐยังส่งสัญญาณชะลอตัว กระทรวงพาณิชย์ปรับลดตัวเลขการเติบโตของ GDP ไตรมาส 4 ลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายงาน Personal Consumption Expenditures (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ให้ความสำคัญ แสดงให้เห็นว่าระดับเงินเฟ้อยังทรงตัว ส่วนข้อมูลคำสั่งซื้อสินค้าคงทนสะท้อนความต้องการที่อ่อนแรงลง

 

แม้ข้อมูลเศรษฐกิจจะเริ่มอ่อนตัว แต่ตลาดยังคาดว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมสัปดาห์หน้า เนื่องจากความเสี่ยงที่ราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้นอาจกระตุ้นเงินเฟ้อ ทำให้โอกาสในการปรับลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ลดลง

 

ขณะเดียวกัน ราคาทองคำในวันศุกร์ปรับตัวลดลง 1.27% มาอยู่ที่ 5,014 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่งผลให้ภาพรวมทั้งสัปดาห์อยู่ในทิศทางขาลงเช่นกัน

 

ข่าวล่าสุด

ผู้ตรวจการแผ่นดินชง ศาลรธน. ชี้ขาดปมบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง