ตะวันออกกลางยังตึงเครียด ภาพถ่ายดาวเทียมชี้อิหร่านเสริมฐานทัพ
ภาพถ่ายดาวเทียมเผยอิหร่านซ่อมแซมและเสริมความแข็งแกร่งฐานทัพและโรงงานนิวเคลียร์ ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ และการเตรียมกำลังทหารในภูมิภาค
ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดเผยให้เห็นว่า อิหร่านได้ก่อสร้างโครงสร้างคอนกรีตป้องกันเหนือสิ่งปลูกสร้างแห่งใหม่ภายในพื้นที่ทางทหารที่มีความอ่อนไหว พร้อมกลบดินทับเพิ่มเติม โดยผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวสะท้อนความคืบหน้าในพื้นที่ซึ่งมีรายงานว่าเคยถูกอิสราเอลโจมตีเมื่อปี 2024 ท่ามกลางความตึงเครียดกับสหรัฐฯ
นอกจากนี้ ภาพถ่ายยังแสดงให้เห็นว่า อิหร่านได้ฝังกลบทางเข้าอุโมงค์ในพื้นที่โรงงานนิวเคลียร์ซึ่งเคยถูกสหรัฐฯ โจมตีระหว่างสงคราม 12 วันระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านเมื่อปีก่อน รวมทั้งเสริมความแข็งแกร่งทางเข้าอุโมงค์ใกล้อีกจุดหนึ่ง และซ่อมแซมฐานยิงขีปนาวุธที่ได้รับความเสียหายจากการสู้รบ
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงที่กรุงวอชิงตันพยายามเจรจาข้อตกลงกับเตหะรานเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ โดยขณะเดียวกันก็ส่งสัญญาณข่มขู่ว่าจะใช้ปฏิบัติการทางทหารหากการเจรจาไม่ประสบผลสำเร็จ
สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า อิหร่านได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลาหลายชั่วโมงเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยไม่ได้ชี้แจงชัดเจนว่าเส้นทางเดินเรือสำคัญสำหรับการส่งออกน้ำมันของโลกแห่งนี้ได้กลับมาเปิดเต็มรูปแบบหรือไม่ ก่อนหน้านั้นมีรายงานว่าจะปิดบางส่วนชั่วคราวเพื่อ “มาตรการด้านความปลอดภัย” ระหว่างที่กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามจัดการฝึกซ้อมทางทหารในพื้นที่
นอกจากนี้ เว็บไซต์ขององค์การบริหารการบินแห่งสหรัฐฯ (FAA) ระบุว่า อิหร่านได้ออกประกาศแจ้งเตือนนักบิน (NOTAM) วางแผนยิงจรวดในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศในวันพฤหัสบดี ระหว่างเวลา 03.30 น. ถึง 13.30 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช
สัปดาห์นี้ อิหร่านยังได้จัดการฝึกซ้อมทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และมีแผนจัดการฝึกทางเรือร่วมกับรัสเซียในวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้น หลังสหรัฐฯ ส่งเรือรบเข้าประจำการใกล้ชายฝั่งอิหร่าน ขณะที่รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ JD Vance ระบุว่า วอชิงตันกำลังพิจารณาว่าจะเดินหน้าการทูตกับเตหะรานต่อไป หรือเลือกแนวทางอื่น
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ สองรายเปิดเผยกับ Reuters ว่า กองทัพสหรัฐฯ กำลังเตรียมความพร้อมสำหรับความเป็นไปได้ของปฏิบัติการทางทหารต่อเนื่องหลายสัปดาห์ต่ออิหร่าน หากประธานาธิบดี Donald Trump มีคำสั่งโจมตี ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งรุนแรงกว่าที่ทั้งสองประเทศเคยเผชิญมาก่อน
เจ้าหน้าที่ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อระบุว่า การเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวยิ่งเพิ่มเดิมพันให้กับความพยายามทางการทูตระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน โดยก่อนหน้านี้ Trump ได้ระดมกำลังทหารในภูมิภาคตะวันออกกลางเพิ่มเติม รวมถึงการส่งเรือบรรทุกเครื่องบินอีกหนึ่งลำ เสริมกำลังทหารหลายพันนาย เครื่องบินขับไล่ เรือพิฆาตติดขีปนาวุธนำวิถี และยุทโธปกรณ์อื่น ๆ ที่สามารถใช้ทั้งในการโจมตีและป้องกันได้


