ทรัมป์ดัน เควิน วอร์ช เข้านั่งประธานเฟด หวังคุมดอกเบี้ย
ทรัมป์เสนอชื่อ เควิน วอร์ช แทนพาวเวลล์ หวังเปลี่ยนทิศทางนโยบายการเงินและดอกเบี้ย ตลาดกังวลการแทรกแซงความเป็นอิสระ จับตาวุฒิสภาพิจารณาเดือด
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการเสนอชื่อ นายเควิน วอร์ช อดีตผู้ว่าการเฟด วัย 55 ปี ให้ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ คนใหม่ แทนที่นายเจอโรม พาวเวลล์ ที่กำลังจะหมดวาระในเดือนพฤษภาคมนี้ ท่ามกลางกระแสข่าวความต้องการของทำเนียบขาวที่หวังจะเข้ามามีบทบาทในการกำหนดทิศทางนโยบายการเงินให้สอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลมากขึ้น
ทรัมป์แสดงความมั่นใจผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า วอร์ชคือตัวเลือกที่ "เหมาะสมตามตำรา" และจะเป็นหนึ่งในประธานเฟดที่ยอดเยี่ยม โดยมีรายงานว่าบุคลิกภาพที่ดูดีและเครือข่ายพันธมิตรที่แข็งแกร่งอย่าง นายรอน ลอเดอร์ และนายสแตนลีย์ ดรัคเคนมิลเลอร์ มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยผลักดันให้เขาชนะใจผู้นำสหรัฐฯ จนได้รับเลือกจากรายชื่อผู้เข้าชิงรอบสุดท้าย
อย่างไรก็ตามเส้นทางสู่เก้าอี้ประธานเฟดของวอร์ชอาจไม่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะต้องผ่านด่านหินจากวุฒิสภาที่คาดว่าจะมีการถกเถียงอย่างดุเดือด โดยเฉพาะประเด็น ความเป็นอิสระ ของธนาคารกลางจากการแทรกแซงทางการเมือง ซึ่งวุฒิสมาชิกบางส่วนประกาศจุดยืนชัดเจนว่าจะชะลอการสนับสนุนการแต่งตั้ง จนกว่าข้อกังขาทางกฎหมายบางประการที่เกี่ยวข้องกับอดีตประธานคนเก่าจะได้รับความกระจ่าง
ในแง่วิสัยทัศน์ วอร์ชสนับสนุนแนวคิดการปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ ทั้งการลดขนาดงบดุล การผ่อนคลายกฎระเบียบธนาคาร และเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยี AI จะช่วยคุมเงินเฟ้อได้ แม้ทรัมป์จะคาดหวังนโยบายดอกเบี้ยต่ำ แต่ปฏิกิริยาของตลาดกลับมีความกังวล สะท้อนผ่านดัชนีหุ้นที่ร่วงลง ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่า และความผันผวนอย่างหนักในตลาดพันธบัตร
สำหรับสถานการณ์ดอกเบี้ยปัจจุบัน เฟดได้ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับ 3.50 – 3.75% หลังจากลดไปแล้วสามครั้งในปี 2568 และเริ่มส่งสัญญาณชะลอการปรับลดเพิ่มเติมไว้ชั่วคราว ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่าการขยับดอกเบี้ยครั้งต่อไปน่าจะเกิดขึ้นในช่วงกลางปี เมื่อกระบวนการเปลี่ยนผ่านตำแหน่งประธานเฟดคนใหม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้ว


