ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ นำโดย Nasdaq หุ้นเทค-ธนาคารร่วง ราคาทองพุ่ง
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบ โดย Nasdaq ลดลงแรงจากแรงขายหุ้นเทคโนโลยีและธนาคาร นักลงทุนหันถือสินทรัพย์ปลอดภัย ทองคำพุ่งทำสถิติใหม่
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดลดลงในวันพุธที่ผ่านมา โดยถูกกดดันจากการปรับตัวลงของดัชนี Nasdaq เป็นหลัก หลังหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีอ่อนตัว ขณะที่นักลงทุนย้ายเงินลงทุนไปยังสินทรัพย์เชิงป้องกันความเสี่ยงมากขึ้น ส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารปรับลดลงต่อเนื่อง จากผลประกอบการรายไตรมาสที่ออกมาผสมผสาน
ดัชนีกลุ่มธนาคารใน S&P 500 ปรับตัวลดลง โดยหุ้น Wells Fargo ร่วงลง 4.6% หลังรายงานกำไรไตรมาส 4 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ ขณะที่หุ้น Citigroup และ Bank of America ก็ปรับตัวลดลงเช่นกัน แม้ทั้งสองแห่งจะรายงานกำไรสูงกว่าประมาณการของนักวิเคราะห์ก็ตาม
แรงกดดันต่อหุ้นการเงินยังเกิดจากความกังวลเกี่ยวกับข้อเสนอของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต ซึ่งผู้บริหารของ JPMorgan เตือนว่าอาจกระทบต่อผู้บริโภคและบั่นทอนผลกำไรของภาคการเงิน โดยหุ้นกลุ่มธนาคารซึ่งปรับขึ้นแรงตั้งแต่ต้นปี 2025 ได้อ่อนตัวลงอย่างเห็นได้ชัดในสัปดาห์นี้
ดาวโจนส์ปรับลดลง 42.36 จุด หรือ 0.09% ปิดที่ 49,149.63 จุด
ขณะที่ S&P 500 ลดลง 37.14 จุด หรือ 0.53% ปิดที่ 6,926.60 จุด
และ Nasdaq Composite ลดลง 238.12 จุด หรือ 1.00% ปิดที่ 23,471.75 จุด
ในตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ ราคาทองคำพุ่งทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยท่ามกลางความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ รวมถึงความคาดหวังว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ย
โดยราคาทองสปอตเพิ่มขึ้น 0.9% สู่ระดับ 4,628.68 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังแตะจุดสูงสุดใหม่ที่ 4,641.40 ดอลลาร์
ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าเดือนกุมภาพันธ์ปิดเพิ่มขึ้น 0.8% ที่ 4,635.70 ดอลลาร์
ส่วนราคาน้ำมัน ปรับตัวขึ้นระหว่างวันก่อนจะลดช่วงบวกลงเกือบทั้งหมด หลังประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่าสถานการณ์ความรุนแรงจากการปราบปรามความไม่สงบในอิหร่านเริ่มคลี่คลาย ช่วยลดความกังวลต่อการหยุดชะงักของอุปทาน
โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ลดลง 92 เซนต์ หรือ 1.41% ปิดที่ 64.55 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ขณะที่น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ลดลง 96 เซนต์ หรือ 1.57% ปิดที่ 60.19 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล


