อพยพวุ่น ไฟไหม้สถานที่จัดประชุม COP30 ที่บราซิล สำลักควัน 13 ราย
เหตุไฟไหม้ขัดขวางการเจรจา COP30 มีผู้สำลักควัน 13 ราย ขณะผู้นำยูเอ็นเร่งเร้าหาข้อตกลงด้านสภาพภูมิอากาศ หลังการเจรจาล่าช้า
KEY
POINTS
- เกิดเหตุไฟไหม้ที่สถานที่จัดการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ COP30 ที่ประเทศบราซิล ทำให้ต้องอพยพผู้เข้าร่วมงานอย่างเร่งด่วน
- มีผู้ได้รับผลกระทบจากการสำลักควันจำนวน 13 ราย และได้รับการปฐมพยาบาลในที่เกิดเหตุ
- สาเหตุของเพลิงไหม้คาดว่าเกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้าขัดข้อง และเจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ภายใน 6 นาที
การเจรจาในการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศ COP30 ที่ประเทศบราซิลต้องหยุดชะงักในวันพฤหัสบดี หลังเกิดไฟไหม้ภายในสถานที่จัดงาน ส่งผลให้ต้องอพยพผู้เข้าร่วมประชุมทันที ในช่วงที่คณะผู้แทนกำลังเร่งหารือเพื่อบรรลุข้อตกลงในการเสริมความเข้มแข็งของความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศระหว่างประเทศ
ภาพจากกล้องวงจรปิดเผยให้เห็นไฟลุกไหม้บริเวณศาลาแสดงนิทรรศการ ก่อนลามขึ้นโครงผ้าเพดานและผนังอย่างรวดเร็ว ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะควบคุมเพลิงได้ ผู้แทนต่างประเทศจำนวนมากต้องวิ่งหนีออกจากพื้นที่ที่มีควันหนาทึบ โดยมีผู้ได้รับการปฐมพยาบาลจากอาการสำลักควัน 13 ราย
หน่วยดับเพลิงท้องถิ่นระบุว่า สาเหตุคาดว่าเกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้า โดยอาจเป็นไมโครเวฟ และสามารถควบคุมเพลิงได้ภายในหกนาที
เจ้าหน้าที่รัฐและฝ่ายรักษาความปลอดภัยได้อพยพผู้เข้าร่วมประชุมหลายพันคน พร้อมตั้งแถวเจ้าหน้าที่ปิดกั้นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ โดยผู้จัดงานของยูเอ็นระบุว่าจะมีการออกแถลงการณ์เพิ่มเติม
ดีลเจรจาล่าช้า ท่ามกลางความเห็นต่างเรื่องน้ำมันและเงินทุนสภาพภูมิอากาศ
การประชุมในเมืองเบเลง ริมป่าแอมะซอนของบราซิล ได้พลาดเส้นตายที่กำหนดไว้เองในวันพุธสำหรับการบรรลุข้อตกลงในประเด็นสำคัญ ทั้งการเพิ่มเงินทุนด้านสภาพภูมิอากาศและการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล
นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติ ได้เรียกร้องให้ที่ประชุมสามารถบรรลุข้อตกลง พร้อมสนับสนุนข้อเสนอที่ต้องการ “ความชัดเจน” ในประเด็นอ่อนไหวอย่างการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิลของโลก
การปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้โลกร้อนขึ้น
เหลือเวลาไม่ถึง 48 ชั่วโมงก่อนการประชุมจะปิดฉาก โดยบราซิลในฐานะเจ้าภาพมองว่า การหาฉันทามติครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการผลักดันความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศ และแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของนานาประเทศที่จะเร่งเปลี่ยน “คำมั่น” และ “พันธสัญญา” ในการประชุม COP ตลอดหลายทศวรรษ ให้เป็นการดำเนินงานจริง
การเจรจาตลอดสองสัปดาห์ติดขัดอยู่ที่สองประเด็นหลัก คืออนาคตของเชื้อเพลิงฟอสซิล และการจัดสรรเงินทุนสภาพภูมิอากาศ ซึ่งเป็นรอยปริแตกที่แสดงท่าทีแตกต่างกันระหว่างชาติตะวันตก ประเทศผู้ผลิตน้ำมัน และประเทศกำลังพัฒนาที่เผชิญความเสี่ยงสูงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
หลายประเทศทั้งพัฒนาแล้วและกำลังพัฒนาต่างสนับสนุนข้อเสนอของบราซิลที่ต้องการแผนที่ชัดเจนว่าประเทศต่าง ๆ ควรดำเนินการอย่างไรในการลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล แต่ยังมีบางชาติผู้ผลิตน้ำมันที่คัดค้าน
การประชุม COP28 เมื่อปี 2023 เคยบรรลุข้อตกลงในการ “เปลี่ยนผ่าน” แต่ยังไม่สามารถกำหนดกรอบเวลาและวิธีดำเนินการได้
ข้อพิพาทเรื่องเงินทุนปรับตัว ยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญ
อีกหนึ่งประเด็นที่สร้างความตึงเครียด คือความไม่เต็มใจของบางประเทศพัฒนาแล้วที่จะให้คำมั่นด้านเงินทุนเพื่อช่วยประเทศยากจนในการปรับตัวต่อสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง แหล่งข่าวสามรายเปิดเผย
ประเทศกำลังพัฒนามีความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อคำมั่นเงินทุนสภาพภูมิอากาศมูลค่า 300,000 ล้านดอลลาร์ที่ประกาศใน COP29 ที่บากู โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สหรัฐฯ ถอนตัวจากความร่วมมือด้านสภาพอากาศภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
รายงานก่อนหน้านี้ยังชี้ว่า เงินทุนบางส่วนถูกนำไปใช้ในโครงการที่ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และบางส่วนกลับหมุนเวียนกลับไปยังประเทศร่ำรวย


