ทรัมป์ปฏิเสธเจรจาพรรคเดโมแครต ชัตดาวน์สหรัฐส่อลากยาว
ชัตดาวน์สหรัฐส่อลากยาว ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธหารือกับผู้นำเดโมแครต จนกว่าหน่วยงานรัฐบาลจะกลับมาเปิดทำการ
KEY
POINTS
- ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธที่จะเจรจากับพรรคเดโมแครตจนกว่ารัฐบาลจะกลับมาเปิดทำการตามปกติ
- ภาวะชัตดาวน์เกิดจากความขัดแย้งเรื่องงบประมาณ โดยพรรคเดโมแครตต้องการให้ขยายมาตรการด้านสุขภาพ (ACA)
- สถานการณ์มีแนวโน้มยืดเยื้อเนื่องจากพรรครีพับลิกันมีเสียงในวุฒิสภาไม่เพียงพอและต้องการเสียงสนับสนุนจากเดโมแครตเพื่อผ่านร่างกฎหมาย
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ปฏิเสธคำร้องขอจากผู้นำพรรคเดโมแครตในการหารือร่วมกัน จนกว่าจะมีการเปิดทำการของรัฐบาลกลางอย่างสมบูรณ์ หลังจากภาวะ “ชัตดาวน์” หรือการปิดทำการของหน่วยงานรัฐบาลได้ยืดเยื้อนานกว่า 3 ีสัปดาห์
ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “ผมยินดีที่จะพบกับทั้งสองคน แต่มีเงื่อนไขเพียงข้อเดียว คือผมจะพบพวกเขาก็ต่อเมื่อรัฐบาลกลับมาเปิดทำการแล้วเท่านั้น” โดยทรัมป์กล่าวถึงคำขอจากนายชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภา และนายฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร ที่ต้องการหารือร่วมกับเขา “ทุกที่ ทุกเวลา”
ความขัดแย้งเกี่ยวกับการขยายมาตรการสนับสนุนด้านสุขภาพ ส่งผลให้ร่างงบประมาณชั่วคราวยังไม่คืบหน้า
วิกฤตการเมืองในครั้งนี้เกิดจากการที่สมาชิกวุฒิสภาฝ่ายเดโมแครตเกือบทั้งหมด (ยกเว้นเพียง 3 คน) ปฏิเสธให้การสนับสนุนร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวของฝ่ายรีพับลิกัน เว้นแต่ประธานาธิบดีทรัมป์และสมาชิกพรรครีพับลิกันจะยอมรับข้อเรียกร้องให้มีการขยายระยะเวลาของมาตรการลดหย่อนภาษีภายใต้กฎหมายประกันสุขภาพ Affordable Care Act (ACA) ที่จะหมดอายุลงในวันที่ 31 ธันวาคมนี้
พรรคเดโมแครตเตือนว่าหากไม่มีการขยายมาตรการดังกล่าว ชาวอเมริกันหลายล้านคนอาจต้องเผชิญกับค่าเบี้ยประกันสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งพวกเขาเรียกสถานการณ์นี้ว่า “วิกฤตสุขภาพ”
รีพับลิกันเริ่มหารือแนวทางใหม่ ท่ามกลางภาวะชะงักงัน
ในขณะที่พรรคเดโมแครตยังยืนยันในจุดยืน พรรครีพับลิกันซึ่งครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสได้เริ่มหารือแนวทางต่อไปเพื่อหลุดพ้นจากภาวะชะงักงันทางงบประมาณ โดยนางซูซาน คอลลินส์ วุฒิสมาชิกจากรัฐเมน ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการจัดสรรงบประมาณวุฒิสภา เปิดเผยว่าอาจมีความจำเป็นต้องขยายกรอบเวลาของร่างงบประมาณชั่วคราวออกไปจากกำหนดเดิมในวันที่ 21 พฤศจิกายน
“เราสูญเสียเวลาไปหลายสัปดาห์ จึงมีความจำเป็นที่ต้องขยายระยะเวลาออกไป” นางคอลลินส์กล่าว พร้อมย้ำว่าไม่ต้องการให้การใช้งบประมาณแบบชั่วคราวยืดเยื้อไปจนถึงปี 2026
ก่อนหน้านี้ ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา นายจอห์น ธูน ก็ได้ส่งสัญญาณว่าการจัดทำงบประมาณประจำปีทั้ง 12 ฉบับจะต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดไว้
สภาสูงยังต้องการเสียงสนับสนุนจากเดโมแครต
ร่างงบประมาณชั่วคราวที่ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ยังไม่สามารถผ่านวุฒิสภาได้ เนื่องจากพรรครีพับลิกันครองเสียงเพียง 53 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง ขณะที่กฎหมายส่วนใหญ่จำเป็นต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 60 เสียง ทำให้จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากวุฒิสมาชิกฝั่งเดโมแครต
รัฐบาลชัตดาวน์ กระทบข้าราชการนับแสน และงบประมาณ 1.7 ล้านล้านดอลลาร์
การปิดทำการของหน่วยงานรัฐบาลกลางที่เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันเริ่มต้นปีงบประมาณใหม่ ส่งผลให้พนักงานของรัฐหลายพันคนต้องถูกพักงานชั่วคราว ขณะที่วงเงินงบประมาณราว 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งคิดเป็นประมาณหนึ่งในสี่ของการใช้จ่ายของรัฐบาลกลางต่อปี ยังไม่สามารถจัดสรรได้
มีรายงานว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ได้พบปะหารือกับวุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา แต่ไม่ได้มีการหยิบยกประเด็นการขยายมาตรการสนับสนุนด้านสุขภาพ (ACA) ขึ้นมาพูดคุย ตามคำกล่าวของนายไมค์ ราวนด์ วุฒิสมาชิกจากรัฐเซาท์ดาโคตา ซึ่งเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว พร้อมระบุว่าพรรครีพับลิกันมีแนวโน้มจะเลื่อนการเจรจาเรื่อง ACA ไปยังช่วงปลายปี


