
ตลาดหุ้นสหรัฐบวก ทรัมป์ลดแข็งกร้าวต่อจีน ราคาทองลดลงเล็กน้อย
ตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวก นักลงทุนประเมินถ้อยแถลงล่าสุดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางการค้ากับจีน ขณะราคาทองอ่อนตัวลงเล็กน้อย
ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า มาตรการเก็บภาษีนำเข้าจากจีนในอัตรา 100% ที่เสนอไว้นั้น “ไม่ยั่งยืน” แต่ได้ตำหนีทางการจีนว่าเป็นต้นเหตุของการหยุดชะงักในการเจรจาการค้าระหว่างสองประเทศ โดยระบุว่าจีนได้เริ่มควบคุมการส่งออกแร่หายากอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งนี้ สหรัฐฯ เพิ่งประกาศมาตรการภาษีใหม่เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ควบคู่กับข้อจำกัดการส่งออกซอฟต์แวร์สำคัญทุกประเภท โดยมาตรการดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้
ราคาหุ้นของธนาคารในภูมิภาคฟื้นตัวขึ้น หลังจากที่ร่วงลงเมื่อวันพฤหัสบดี เนื่องจาก Zions Bancorporation เปิดเผยว่ามีการขาดทุนจากสินเชื่อเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรมจำนวนสองรายการ ขณะที่ Western Alliance เปิดเผยว่าได้ยื่นฟ้องบริษัท Cantor Group V, LLC โดยกล่าวหาว่ามีการฉ้อโกง
ขณะเดียวกัน ผลประกอบการที่แข็งแกร่งจาก JPMorgan และธนาคารขนาดใหญ่อื่น ๆ ได้ช่วยส่งสัญญาณเชิงบวกต่อฤดูกาลประกาศผลประกอบการไตรมาสที่สาม โดยนักวิเคราะห์จาก LSEG I/B/E/S คาดการณ์ว่า กำไรของบริษัทในดัชนี S&P 500 จะเพิ่มขึ้น 9.3% ในไตรมาสนี้ เพิ่มขึ้นจากประมาณการเดิมที่ 8.8% เมื่อต้นเดือนตุลาคม
ดัชนีดาวโจนส์ ปรับตัวขึ้น 238.37 จุด หรือ 0.52% ปิดที่ระดับ 46,190.61 จุด
ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 34.94 จุด หรือ 0.53% ปิดที่ 6,664.01 จุด
และดัชนี Nasdaq เพิ่มขึ้น 117.44 จุด หรือ 0.52% ปิดที่ 22,679.98 จุด
ราคาน้ำมันปรับตัวขึ้นเล็กน้อย แต่ยังคงปรับตัวลดลงในรอบสัปดาห์ ท่ามกลางความไม่แน่นอนด้านอุปทานทั่วโลก
น้ำมันดิบสหรัฐ (WTI) เพิ่มขึ้น 0.14% ปิดที่ 57.54 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ขณะที่น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ปรับขึ้น 0.38% ปิดที่ 61.29 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล
ราคาทองคำปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์แข็งค่ากดดันตลาด
ราคาทองสปอตลดลง 2.19% ปิดที่ 4,230.60 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์
ขณะที่สัญญาทองคำล่วงหน้าของสหรัฐปรับตัวลดลง 1.3% ปิดที่ 4,224.60 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์







