ทรัมป์ขู่ปลดข้าราชการกว่า 1,000 ตำแหน่ง เซ่นปมชัตดาวน์
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เดินเกมโหด! ขู่ใช้มาตรการเลิกจ้างพนักงานรัฐบาลกลางหลายพันตำแหน่ง เพื่อบีบพรรคเดโมแครตให้ยอมผ่านงบประมาณ หลังวิกฤตชัตดาวน์
สถานการณ์ ‘ชัตดาวน์’ ของรัฐบาลสหรัฐฯ ทวีความตึงเครียดยิ่งขึ้น เมื่อสำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่ากำลังพิจารณาปลดพนักงานรัฐบาลกลางหลายพันตำแหน่ง
ซึ่งถือเป็นความเคลื่อนไหวที่หวังผลทางการเมืองโดยตรง เพื่อกดดันให้พรรคเดโมแครตยอมจำนนและผ่านร่างงบประมาณ
โฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ ยืนยันกับผู้สื่อข่าวบลูมเบิร์กถึงกระแสข่าวดังกล่าวว่า "จำนวนผู้ที่อาจถูกเลิกจ้างอาจสูงถึงหลักพันคน"
พร้อมเสริมว่าขณะนี้ทีมงานของทำเนียบขาวกำลังพิจารณาหน่วยงานที่เป็นเป้าหมาย โดยเฉพาะ "หน่วยงานที่ไม่สนองต่อนโยบายของรัฐบาลชุดปัจจุบัน และถือเป็นการผลาญงบประมาณของแผ่นดิน"
ท่าทีแข็งกร้าวของทรัมป์สะท้อนให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้นผ่านโพสต์ส่วนตัว ที่ระบุว่าจะหารือกับรัสเซล โวท ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
เพื่อหาทางตัดลดงบประมาณของหน่วยงานที่ทรัมป์อ้างว่าเป็น "เครื่องมือทางการเมืองของเดโมแครต" ไม่ว่าจะในระยะสั้นหรือระยะยาวก็ตาม
ยุทธศาสตร์ของพรรครีพับลิกันในครั้งนี้ คือการนำประเด็นการเลิกจ้างถาวรมาใช้เป็นอำนาจต่อรองทางการเมืองอย่างชัดเจน
แม้ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายจะท้วงติงว่าการดำเนินการลักษณะนี้ในช่วงที่รัฐบาลชัตดาวน์อาจเป็นสิ่งที่ขัดต่อกฎหมายก็ตาม
ทางด้านไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ออกมากล่าวสนับสนุนทรัมป์อย่างเต็มที่ พร้อมกับชี้ว่าพรรคเดโมแครตคือต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด
"หากพรรคเดโมแครตยังคงดึงดันให้เกิดภาวะชะงักงันของหน่วยงานรัฐบาล (government shutdown) ต่อไป ผลกระทบที่ตามมาก็จะยิ่งเลวร้ายลง" จอห์นสันกล่าวพร้อมย้ำว่า
"ทำเนียบขาวจะให้ความสำคัญและปกป้องเฉพาะงบประมาณสำหรับโครงการที่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลเท่านั้น"
ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานว่ารัสเซล โวท ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณได้เริ่มชะลอการเบิกจ่ายงบประมาณในโครงการสำคัญหลายโครงการ เช่น
โครงการขนส่งมวลชนในนิวยอร์ก และโครงการพลังงานสะอาดในรัฐที่สนับสนุนคู่แข่งอย่างคามาลา แฮร์ริส ซึ่งถือเป็นการส่งสัญญาณเตือนอย่างชัดเจน


