
“ทรัมป์-แฮร์ริส” รุกโกยคะแนนเสียง "Swing States" ตัวแปรใหญ่เลือกตั้งสหรัฐฯ
โค้งสุดท้ายของการหาเสียงก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ รองประธานาธิบดีคามาลา แฮร์ริส และอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่างเร่งเดินสายหวังโกยคะแนนเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 7 รัฐ "Swing States" ตัวแปรใหญ่เลือกตั้งสหรัฐฯ 2024
ในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา 2024 รองประธานาธิบดี "คามาลา แฮร์ริส" และอดีตประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" ต่างเร่งเดินสายหวังโกยคะแนนเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 7 รัฐ "Swing States" ซึ่งถือเป็นตัวแปรใหญ่ในการเลือกตั้งสหรัฐฯ มาโดยตลอด
แฮร์ริสเลือกใช้กลยุทธ์การเข้าถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งผ่านสื่อต่างๆ เริ่มจากการให้สัมภาษณ์ในพอดแคสต์ชื่อดังอย่าง "Call Her Daddy" ของ Spotify ซึ่งเป็นรายการนำเสนอคอนเทนต์ทางเพศในแง่บวก โดยแฮร์ริสยังคงเน้นย้ำประเด็นเรื่องการเจริญพันธุ์และการทำแท้ง ซึ่งพรรคเดโมแครตมองว่าเป็นประเด็นสำคัญในการดึงคะแนนเสียง
ในระหว่างการสัมภาษณ์ แฮร์ริสแสดงความไม่พอใจอย่างยิ่งต่อการที่ทรัมป์อ้างตัวว่าเป็น "ผู้ปกป้องสิทธิสตรี" โดยแฮร์ริสให้ความเห็นว่า "นี่คือผู้ชายคนเดียวกันกับที่พูดว่าผู้หญิงควรถูกลงโทษเพราะไปทำแท้ง"
ในขณะเดียวกัน ทรัมป์ก็เร่งหาเสียงในรัฐวิสคอนซิน ซึ่งเป็นหนึ่งในรัฐ "Swing States ที่เขาเคยพ่ายแพ้ในปี 2020 โดยทรัมป์ปราศรัยต่อกลุ่มผู้สนับสนุนว่ารัฐบาลภายใต้การนำของไบเดน-แฮร์ริสนำเงินกองทุนบรรเทาทุกข์เฮอริเคนเฮเลนไปให้โครงการผู้อพยพ
“แฮร์ริสเป็นคนที่ขโมยความมั่งคั่งของคุณ เธอหันหลังให้กับครอบครัวของทุกคนในที่แห่งนี้เมื่อเกิดอุทกภัย ผมจะขอพวกคุณแค่อย่างเดียวเท่านั้น จงออกไปลงคะแนนเสียง!” - โดนัลด์ ทรัมป์
นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้กลับไปหาเสียงที่เมืองบัตเลอร์ รัฐเพนซิลเวเนีย ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขารอดชีวิตจากการถูกลอบยิงเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งในการปราศรัย ทรัมป์กล่าวหาว่าคู่แข่งทางการเมืองอาจเป็นผู้อยู่เบื้องหลังในการพยายามลอบสังหารเขา
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สืบสวนไม่พบความเชื่อมโยงทางการเมืองในเหตุการณ์ดังกล่าว
การหาเสียงอย่างเข้มข้นในโค้งสุดท้ายของทั้งสองฝ่ายสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 2024 ที่กำลังจะมาถึง โดยทั้งแฮร์ริสและทรัมป์ต่างพยายามเข้าถึงผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ตัดสินใจในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนวันลงคะแนน
"Swing States" ตัวแปรใหญ่เลือกตั้งสหรัฐฯ
การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาหลายครั้งที่ผ่านมาได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำคัญของ Swing States หรือรัฐที่มีคะแนนเสียงไม่แน่นอน โดยรัฐเหล่านี้ถือเป็นตัวแปรสำคัญในการกำหนดผลเลือกตั้ง เนื่องจากประชากรมีแนวโน้มที่จะสลับการสนับสนุนระหว่างผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งแต่ละครั้ง
ความไม่แน่นอนของฐานเสียงนี้ทำให้ Swing States กลายเป็นสมรภูมิสำคัญในการหาเสียง ซึ่งผู้สมัครแต่ละคนจะทุ่มเททรัพยากร กำลังคน และกลยุทธ์การประชาสัมพันธ์อย่างมหาศาลเพื่อชิงชัยในรัฐเหล่านี้ เพราะเป็นปัจจัยใหญ่ในการชี้ขาดผลเลือกตั้งประฐานาธิบดี
สำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปี 2024 มีการระบุ Swing States ไว้ 7 รัฐด้วยกัน
- แอริโซนา (Arizona)
- จอร์เจีย (Georgia)
- เนวาดา (Nevada)
- นอร์ทแคโรไลนา (North Carolina)
- เพนซิลเวเนีย (Pennsylvania)
- มิชิแกน (Michigan)
- วิสคอนซิน (Wisconsin)







