posttoday
จีนโตเดืดทะลุ 10% 'หู' ถึงสหรัฐลุยถกประเด็น ศก.

จีนโตเดืดทะลุ 10% 'หู' ถึงสหรัฐลุยถกประเด็น ศก.

20 มกราคม 2554

เศรษฐกิจจีนโตแรง เงินเฟ้อพุ่งตาม หูจิ่นเทา เริ่มทัวร์สหรัฐ เตรีมถกประเด็นค่าเงินหยวนกับ โอบามา พร้อมนักธุรกิจชั้นนำ ขณะที่ผลการสำรวจเผย ภาคธุรกิจเมืองลุงแซมทำกำไรในจีนเป็นกอบเป็นกำเมื่อปีที่แล้ว

เศรษฐกิจจีนโตแรง เงินเฟ้อพุ่งตาม หูจิ่นเทา เริ่มทัวร์สหรัฐ เตรีมถกประเด็นค่าเงินหยวนกับ โอบามา พร้อมนักธุรกิจชั้นนำ ขณะที่ผลการสำรวจเผย ภาคธุรกิจเมืองลุงแซมทำกำไรในจีนเป็นกอบเป็นกำเมื่อปีที่แล้ว

 

จีนโตเดืดทะลุ 10% 'หู' ถึงสหรัฐลุยถกประเด็น ศก.

สถานีโทรทัศน์ฟีนิกซ์ของฮ่องกง รายงานอ้างข้อมูลที่รั่วไหลจากธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ว่า เมื่อปี 2553 เศรษฐกิจจีนขยายตัวอย่างคึกคักถึง 10.3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อตลอดทั้งปีสูงถึง 3.3% ซึ่งเกินกว่าตัวเลขที่รัฐบาลกำหนดไว้ที่ 3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อเฉพาะเดือน ธ.ค. อยู่ที่ 4.6% ลดลงเล็กน้อยจากเดือน พ.ย. ที่ 5.1% อันเป็นอัตราที่สูงที่สุดในรอบ 2 ปี หลังจากที่การขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ร้อนแรงยังผลให้ราคาอาหารปรับเพิ่มขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ตัวเลขการขยายตัวของเศรษฐกิจจีนที่สอดคล้องกัน คือ สูงกว่า 10% ขณะที่ไตรมาสแรกของปี 2554 คาดว่าจะขยายตัวคึกคักขึ้นอีกที่ราว 12% อย่างไรก็ตาม มีแนวโน้มที่ตัวเลขเงินเฟ้อของจีนจะถีบตัวขึ้นมาเหนือระดับ 5% อีกครั้ง และยังผลให้รัฐบาลต้องเร่งใช้มาตรการต่างๆ เพื่อสกัดกั้นปัญหาจากภาวะเงินเฟ้อรุนแรง

สำนักข่าวซินหัว รายงานเมื่อวันที่ 18 ม.ค. ว่า นายกรัฐมนตรี เวินเจียเป่า แห่งจีน ได้สั่งการให้คณะรัฐมนตรีเตรียมใช้มาตรการควบคุมราคาอาหารและราคาที่พักอาศัย ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังหามาตรการเพื่อลงโทษธนาคารที่ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้ชะลอการปล่อยเงินกู้เพื่อลดระดับเงินเฟ้อ หลังจากที่ช่วงต้นสัปดาห์ธนาคารของรัฐแห่งหนึ่งฝืนคำสั่งดังกล่าวด้วยการปล่อยเงินกู้ถึง 3.64 หมื่นล้านหยวน (ราว 1.09 แสนล้านบาท) ในช่วง 10 วันแรกของปีนี้

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เกิดความเห็นที่ไม่ลงรอยกันในหมู่นักเศรษฐศาสตร์จีน โดยฝ่ายหนึ่งเรียกร้องให้ขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่อีกฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลชะลอการใช้จ่ายภาครัฐ เพื่อลดระดับความต้องการในภาคอสังหาริมทรัพย์และสินค้าโภคภัณฑ์

“การใช้มาตรการที่เข้มงวดจะไม่ช่วยแก้ปัญหาที่กำลังเผชิญอยู่ได้” หลี่อินหนิง นักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง กล่าวกับหนังสือพิมพ์ไชนา เดลี

ด้านประธานาธิบดี หูจิ่นเทา ได้เดินทางถึงสหรัฐแล้ว เพื่อกระชับความสัมพันธ์ และหารือในประเด็นต่างๆ กับประธานาธิบดี บารัก โอบามา รวมถึงประเด็นด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเด็นค่าเงินหยวน

ก่อนหน้าที่ หู จะเดินทางถึงสหรัฐ ได้ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์วอลสตรีต ว่า ระบบค่าสกุลเงินของโลกในขณะนี้ได้กลายเป็นอดีตไปแล้ว พร้อมชี้ว่าความเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนเป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ รวมถึงดุลการชำระเงินระหว่างประเทศ และอุปสงค์ อุปทานในตลาด

“นโยบายการเงินของสหรัฐมีผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อสภาพคล่องและกระแสทุนทั่วโลก และด้วยเหตุนี้สภาพคล่องของเงินเหรียญสหรัฐควรอยู่ในระดับที่สมเหตุสมผลและมีเสถียรภาพ” หู กล่าว พร้อมยอมรับว่ายังต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่เงินหยวนจะได้รับการยอมรับในฐานะเงินสกุลหลักของโลก

โอบามา จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างผู้นำจีนกับผู้นำภาคธุรกิจของสหรัฐและจีน เพื่อส่งเสริมการส่งออกของสหรัฐมายังจีน และขยายโอกาสการลงทุนของจีนในสหรัฐ ซึ่งในบรรดาผู้นำภาคธุรกิจที่จะเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ รวมถึง สตีฟ บอลเมอร์ ผู้บริหารจากบริษัท ไมโครซอฟท์, ลอยด์ แบลค์ไฟน์ จากบริษัท โกลด์แมน แซคส์, เจฟ อิมเมลท์ จากบริษัท เจเนอรัล อิเล็กทริกส์, เกรก บราวน์ จากบริษัท โมโตโรล่า, จิม แมกเนอร์นีย์ จากโบอิ้ง และผู้บริหารธุรกิจจากฝ่ายสหรัฐอีก 9 คน

 

จีนโตเดืดทะลุ 10% 'หู' ถึงสหรัฐลุยถกประเด็น ศก.

ที่ผ่านมา ภาคธุรกิจของสหรัฐวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐบาลจีนมาโดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกดค่าเงินหยวนให้ต่ำกว่าความเป็นจริง จนยังผลให้สินค้าของจีนมีราคาถูกกว่าสินค้าของสหรัฐ กระนั้นก็ตาม คาดว่าการประชุมในครั้งนี้จะมีบรรยากาศที่ไม่เคร่งเครียด แม้จะมีการหารือถึงประเด็นที่ทั้งสองฝ่ายขัดแย้งอย่างรุนแรง

ทั้งนี้ บริษัท โจนส์ แลง ลาซาลล์ ได้เปิดเผยผลสำรวจความเห็นของนักธุรกิจอเมริกัน พบว่า 80% ของบริษัทที่ทำการสำรวจ 346 บริษัท สามารถทำกำไรได้เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดนับตั้งแต่เริ่มการสำรวจเมื่อปี 2542 โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกำไรที่ได้จากการลงทุนในจีนมีอัตราที่สูงกว่าการลงทุนในส่วนอื่นๆ ของโลก นอกจากนี้ยังมีอีกถึง 80% ที่ยืนยันที่จะลงทุนเพิ่มเติมในจีน เพื่อชิงความได้เปรียบจากการขยายตัวที่คึกคัก จากผลของการลงทุนและความต้องการภายในจีนที่สูงขึ้น

“บริษัทต่างๆ ตระหนักว่าอนาคตของตนบนเวทีธุรกิจโลกขึ้นอยู่กับความสามารถในการประกอบการ และแย่งชิงส่วนแบ่งของตลาดภายในจีน พวกเขาลงทุนในจีน เพราะจำเป็นต้องลงทุนที่นั่น” ไมเคิล ไคลเบเนอร์ หัวหน้าฝ่ายวิจัยของบริษัท โจนส์ แลงลาซาลล์ สาขานครเซี่ยงไฮ้ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ภาคธุรกิจของสหรัฐยังกังวลกับอุปสรรคในการลงทุนในจีน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาละเมิดลิขสิทธิ์ การขาดความโปร่งใสของภาครัฐ ไปจนถึงมาตรการภาครัฐที่เอื้อต่อธุรกิจในประเทศมากกว่าการลงทุนจากภายนอก

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท