posttoday
วิจัยเผย ฟื้นฟูป่าควบคู่ลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล กู้วิกฤต Climate change ได้

วิจัยเผย ฟื้นฟูป่าควบคู่ลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล กู้วิกฤต Climate change ได้

14 พฤศจิกายน 2566

วิจัยเผย การฟื้นฟูป่าไม้ทั่วโลกจะสามารถดูดซับคาร์บอนได้มากถึง 22 เท่าของปริมาณคาร์บอนที่โลกปล่อยออกมาในหนึ่งปี ซึ่งแนวทางดังกล่าวถือเป็นวิธีสำคัญในการรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (Climate change) ควบคู่ไปกับการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

การศึกษานี้พิจารณาการฟื้นฟูป่าตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นการปล่อยให้ป่าเสื่อมโทรมแล้วกลับมาฟื้นฟูตัวเองอีกครั้ง หรือการฟื้นฟูป่าในพื้นที่ที่ถูกทิ้งร้าง โดยจะไม่นับพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อการเกษตรหรือกลายเป็นเมืองไปแล้ว

โดยจากการศึกษาพบว่า หากทั่วโลกสามารถฟื้นฟูป่าไม้ได้ทั้งหมด ความสามารถในการดูดซับคาร์บอนส่วนเกินออกจากชั้นบรรยากาศจะสามารถทำได้ถึง 226 กิกะตัน หรือราวหนึ่งในสามของปริมาณคาร์บอนที่ถูกปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศตั้งแต่การปฏิวัติอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม แม้การค้นพบครั้งใหม่จะชี้ว่าป่าไม้สามารถช่วยรับมือกับวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (Climate change) ได้ แต่การใช้ป่าไม้เพื่อชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในอนาคตกลับไม่ส่งผลดีนัก เนื่องจากหากมนุษย์ยังมีการปล่อยก๊าซออกสู่ชั้นบรรยากาศเรื่อยๆ จะทำให้วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศยิ่งรุนแรงขึ้น และส่งผลให้เกิดวิกฤตการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว

Thomas Crowther ผู้นำการวิจัยให้ความเห็นว่า แนวคิดชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการปลูกป่าเพียงอย่างเดียว ถือว่าขัดแย้งกับหลักวิทยาศาสตร์อย่างชัดเจน

นอกจากนี้ Thomas Crowther ยังระบุว่าเขาจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดด้านสภาพภูมิอากาศขององค์การสหประชาชาติ หรือ COP28 ที่จะจัดขึ้นในกรุงดูไบ เพื่อถ่ายทอดผลการศึกษาให้กับผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายได้รับรู้ และเผยกลยุทธ์การฟอกเขียวต่อสาธารณะ

กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นักวิทยาศาสตร์บางกลุ่ม และ Greta Thunberg ให้ความเห็นว่า ต้นไม้กลายเป็นตัวชูโรงอันแสนเรียบง่ายในการรับมือต่อวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ซึ่งอาจทำให้หลายคนถูกเบี่ยงความสนใจจากการลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล  ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้ก่อให้เกิดประเด็นถกเถียงในกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ โดยบางส่วนชี้ว่าปริมาณการดูดซับคาร์บอนส่วนเกินจากการฟื้นฟูป่าที่สามารถทำได้ถึง 226 กิกะตัน เป็นตัวเลขที่สูงกว่าความเป็นจริง นอกจากนี้การฟื้นฟูพื้นป่าทั่วโลกทั้งหมดเป็นเรื่องยากและไม่สามารถทำได้จริง

ขณะที่บางส่วนชี้ว่า ป่าไม้ต้องมีความหลากหลายทางชีวภาพเพราะประสิทธิภาพการดูดซับคาร์บอนจะดีกว่ากว่าการปลูกพืชเพียงชนิดเดียว รวมถึงต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาพัฒนาร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม การรักษาผืนป่าที่ยังคงอยู่ ถือว่ามีความสำคัญและสร้างประโยชน์ได้มากกว่าการต้องปลูกป่าใหม่ เนื่องจากศักยภาพการกักเก็บคาร์บอนกว่า 61% มาจากผืนป่าที่ยังหลงเหลืออยู่ ขณะที่ป่าซึ่งอยู่ในช่วงกำลังฟื้นฟูมีศักยภาพการดูดซับคาร์บอนราว 39%

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย