
สายกินเศร้า ปูหิมะอลาสกา ลดฮวบจากภาวะโลกร้อน
นักวิทยาศาสตร์เผยผลการสำรวจที่น่าตกตะลึง หลังปูหิมะหลายพันล้านตัวได้หายไปจากมหาสมุทรรอบๆ อลาสกาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ชี้อุณหภูมิในมหาสมุทรที่อุ่นขึ้นอาจเป็นสาเหตุให้พวกมันต้องอดตาย
การค้นพบนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วัน หลังจากที่กรมประมงและเกมแห่งอลาสกา ประกาศว่าฤดูจับปูหิมะ อาหารทะเลราคาแพง ซึ่งเป็นที่ต้องการของนักกินทั่วโลก ถูกยกเลิกเป็นปีที่สองติดต่อกัน โดยระบุเหตุผลว่า ปูจำนวนมากหายไปจากน่านน้ำของทะเลแบริ่ง
การศึกษาซึ่งตีพิมพ์เมื่อวันพฤหัสบดี โดยนักวิทยาศาสตร์จากองค์การบริหารมหาสมุทรและบรรยากาศแห่งชาติ (NOAA) พบว่ามีความเชื่อมโยงที่สำคัญระหว่างคลื่นความร้อนในทะเลในทะเลแบริ่งทางตะวันออก กับการหายตัวไปอย่างกะทันหันของปูหิมะ ที่เริ่มปรากฏชัดเจนขึ้นในการสำรวจในปี 2021 โดยนักวิทยาศาสตร์ได้วิเคราะห์สาเหตุที่อาจทำให้เกิดการหายตัวไปของปูหิมะตั้งแต่ปี 2020 และตั้งสมมติฐานเป็น 2 สาเหตุ คือ ปูหิมะเคลื่อนย้ายหรือตาย
โคดี ซูวัลสกี้ ผู้เขียนหลักของการศึกษาและนักชีววิทยาประมงของ NOAA กล่าวว่าพวกเขาสำรวจทางเหนือของทะเลแบริ่ง ตะวันตกไปยังน่านน้ำรัสเซีย หรือแม้แต่ลึกลงไปในมหาสมุทร และ "สรุปในที่สุดว่าปูไม่น่าจะเคลื่อนย้ายได้ และเหตุการณ์การตายน่าจะเป็นปัจจัยสำคัญ"
พวกเขาพบว่าอุณหภูมิน้ำทะเลที่อุ่นขึ้น และความหนาแน่นของประชากร มีการเชื่อมโยงอย่างมีนัยสำคัญกับอัตราการตายที่สูงขึ้นของปูที่โตเต็มวัย
ผลการศึกษาพบว่าปูหิมะเป็นสัตว์ในน้ำเย็น และพบได้ทั่วไปในบริเวณที่มีอุณหภูมิน้ำต่ำกว่า 2 องศาเซลเซียส แม้ว่าปูหิมะจะสามารถมีชีวิตได้ในน้ำที่มีอุณหภูมิสูงถึง 12 องศาเซลเซียสก็ตาม น้ำทะเลที่อุ่นขึ้นอาจส่งผลกระทบต่อการเผาผลาญของปูและเพิ่มความต้องการแคลอรี่
นักวิจัยพบว่าปริมาณพลังงานปูที่ต้องการจากอาหารในปี 2561 ซึ่งเป็นปีแรกของคลื่นความร้อนในทะเลที่กินเวลานาน 2 ปีในภูมิภาคนี้ อาจเพิ่มขึ้นถึงสี่เท่าเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว แต่เนื่องจากความร้อนที่รบกวนแหล่งอาหารส่วนใหญ่ของทะเลแบริ่ง ปูหิมะจึงมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในการหาอาหาร และไม่สามารถหาได้ทันกับความต้องการแคลอรี่ได้
ยิ่งไปกว่านั้น อุณหภูมิในมหาสมุทรถือเป็นปราการสำคัญที่ป้องกันไม่ให้นักล่าสายพันธุ์ต่างๆ เช่น ปลาคอดแปซิฟิก เข้าถึงแหล่งอาศัยที่เย็นจัดของปูได้ แต่ในช่วงที่เกิดคลื่นความร้อน ปลาค็อดแปซิฟิกสามารถไปยังผืนน้ำที่อุ่นผิดปกติ และล่ากินปูที่เหลือได้
นักวิทยาศาสตร์รายงานว่า อุณหภูมิทั่วมหาสมุทรอาร์กติกอุ่นขึ้นเร็วกว่าส่วนอื่นๆ ของโลกถึง 4 เท่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้เกิดการสูญเสียน้ำแข็งในทะเลอย่างรวดเร็วในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทะเลแบริ่งของอลาสกา ซึ่งส่งผลให้ภาวะโลกร้อนเพิ่มมากขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับปูในอลาสก้าเป็นข้อพิสูจน์ว่าวิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งตัวอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิตในพื้นที่







