
ประเทศกำลังพัฒนาวอน UN จัดสรรเงิน 1 แสนล้านดอลลาร์ แก้ Climate Change
ประเทศกำลังพัฒนาได้เสนอต่อกองทุนสหประชาชาติให้จัดสรรเงินอย่างน้อย 1 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030 เพื่อจัดการกับความเสียหายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้
กองทุนชดเชยความสูญเสียและเสียหาย (Loss and Damage Finance Fund) จะเป็นกองทุนแรกของสหประชาชาติที่มุ่งเน้นการแก้ไขความเสียหายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ไม่สามารถกลับไปแก้ไขได้ เช่น ภัยแล้ง น้ำท่วม ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
ขณะที่ประเทศต่างๆกำลังเตรียมหารือว่าใครจะได้ประโยชน์และใครต้องเป็นคนจ่ายเงินสำหรับการประชุม COP 28 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 พ.ย. - 12 ธ.ค ในนครดูไบ
แม้หลายประเทศจะเห็นด้วยกับการจัดตั้งกองทุนนี้เมื่อปีที่แล้ว แต่การถกกันว่าใครจะได้ประโยชน์และใครต้องเป็นคนจ่ายเงินเข้ากองทุน ทำให้การดำเนินงานเป็นอันต้องล่าช้าออกไปเรื่อยๆ
ในการประชุมคณะกรรมการสหประชาชาติเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประเทศกำลังพัฒนา รวมถึงประเทศในแอฟริกา ละตินอเมริกา เอเชียแปซิฟิก และรัฐที่เป็นเกาะเล็กๆ เสนอว่ากองทุนชดเชยความสูญเสียและเสียหายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ควรกำหนดแผนดำเนินงานให้ได้อย่างน้อย 1 แสนล้านดอลลาร์ภายในปี 2030
Madeleine Diouf Sarr ประธานกลุ่มประเทศพัฒนาน้อยที่สุดใน 46 ประเทศ ทั้งยังเป็นผู้สนับสนุนให้ปลดล็อกเงิน1 แสนล้านดอลลาร์ ระบุว่า “ความสูญเสียและความเสียหายไม่ใช่แค่ผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังทำลายความพยายามในการพัฒนาประเทศในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา”
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจในการประชุม COP28 จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นเอกฉันท์จากเกือบ 200 ประเทศที่เข้าร่วม และข้อเสนอดังกล่าวยังขัดแย้งกับจุดยืนของประเทศร่ำรวยบางประเทศที่คาดว่าจะบริจาคเงินให้กับกองทุนนี้
ทั้งนี้ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาครั้งนี้คือความล้มเหลวของประเทศร่ำรวยในการปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ตั้งแต่ปี 2009 ว่าด้วยการจะจัดสรรเงิน 1 แสนล้านดอลลาร์ต่อปีตั้งแต่ 2020 เพื่อสนับสนุนการแก้ไขปัญหาด้านสภาพภูมิอากาศแก่ประเทศยากจน







