
เวียดนามอนุมัติวัคซีนอหิวาต์สุกรแอฟริกันตัวแรกในเชิงพาณิชย์
รัฐบาลเวียดนามระบุเมื่อวันจันทร์ (19) ว่าได้อนุมัติการใช้วัคซีนที่พัฒนาขึ้นในประเทศ 2 ชนิดเพื่อป้องกันโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ทำให้วัคซีนเหล่านี้เป็นวัคซีนเชิงพาณิชย์ชนิดแรกของโลกที่ใช้ต่อต้านโรคร้ายแรง
รัฐบาลระบุในแถลงการณ์ว่าวัคซีนดังกล่าวคือ NAVET-ASFVAC ซึ่งพัฒนาร่วมกันโดย Navetco Central Veterinary Medicine และนักวิทยาศาสตร์จากสหรัฐอเมริกา และ AVAC ASF LIVE ที่พัฒนาโดย AVAC Vietnam JSC
การอนุมัติวัคซีนอาจปูทางไปสู่การขายในต่างประเทศ ซึ่งเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการจัดการกับโรคสัตว์ร้ายแรงที่ระบาดในฟาร์มสุกรทั่วโลกมาหลายปี ทำลายตลาดเนื้อหมูทั่วโลกมูลค่า 2.50 แสนล้านดอลลาร์มานานหลายปี ในการระบาดครั้งเลวร้ายที่สุดในปี 2561-2562 ประมาณครึ่งหนึ่งของประชากรหมูในประเทศเสียชีวิตในจีน ซึ่งเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก ทำให้เกิดความสูญเสียประมาณกว่า 1 แสนล้านดอลลาร์
ถ้อยแถลงของรัฐบาลเวียดนามระบุว่า กระทรวงเกษตรได้บอกให้บริษัทต่างๆ วางแผนการผลิตเพื่อขายในประเทศและเพื่อการส่งออก
วัคซีนมากกว่า 650,000 โดสเพิ่งได้รับการทดสอบในฟาร์มหมูใน 40 จังหวัด โดยมีอัตราประสิทธิภาพ 95% ตามข้อมูลของรัฐบาล
โทมัส วิลแซ็ค รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อเดือนที่แล้วว่ามีแนวโน้มจะสนใจซื้อวัคซีนนี้มาใช้ในสหรัฐฯ เพื่อป้องกันไว้ก่อน แม้ว่าสหรัฐจะรอดพ้นจากไวรัสแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ เหตุผลที่คณะนักวิทยาศาสตร์เลือกทดลองวัคซีนในเวียดนาม เนื่องจากโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรระบาดในเวียดนามในช่วงเวลาที่ต้องการทำการทดลอง ขณะที่ในสหรัฐอเมริกาไม่มีการระบาดแล้ว จึงไม่สามารถทดลองได้
ก่อนหน้านี้ โรค ASF จะทำให้หมูตายเป็นจำนวนมากทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย ที่มีหมูตายเป็นจำนวนมากตั้งแต่ปี 2564 แต่เพิ่งมีการยืนยันการตรวจพบเชื้อในปี 2565 ยังไม่มีวัคซีนและวิธีการรักษา แม้โรคนี้ไม่ติดต่อไปสู่คน แต่สามารถอยู่ในสิ่งแวดล้อมและซากนานหลายเดือน นอกจากนี้ประเทศที่มีการระบาดจะมีผลกระทบที่รุนแรงต่อเศรษฐกิจและสังคม
สำหรับอาการของโรค หมูจะตายแบบเฉียบพลัน มีไข้สูง ผิวหนังแดง มีจุดเลือดออกหรือรอยช้ำโดยเฉพาะใบหู ท้อง ขาหลัง มีอาการทางระบบอื่น เช่น ทางเดินหายใจ ทางเดินอาหาร การแท้งในทุกช่วงของการตั้งท้อง ทั้งนี้พบในทุกกลุ่มและทุกช่วงอายุของหมู
อัตราป่วย 100% และอัตราตาย 30-100% ส่วนในลูกสุกร อัตราตายสูง 80-100% ภายใน 14 วัน
การติดต่อขอโรค ผ่านการสัมผัสสิ่งคัดหลั่งของสุกรป่วย การหายใจเอาเชื้อเข้าไป การกินอาหารที่มีเชื้อปนเปื้อน การโดนเห็บที่มีเชื้อกัด นอกจากนี้เสื้อผ้าหรืออุปกรณ์ที่ปานเปื้อนเชื้อสามารถแพร่กระจายไวรัสได้
โรคนี้ไม่ก่อโรคหรือส่งผลต่อสุขภาพในคน ผู้คนยังสามารถบริโภคสุกรได้ตามปกติทั่วไป แต่ควรบริโภคเนื้อสุกรที่ปรุงสุกและซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้







