
บริษัทจากซาอุประมูลซื้อคาร์บอนเครดิตกว่า 2.2 ล้านตัน
บริษัทจากซาอุดีอาระเบียซื้อคาร์บอนเครดิตมากกว่า 2.2 ล้านตัน ในงานประมูลขายคาร์บอนซึ่งจัดขึ้น ณ เมืองหลวงของเคนยา ขณะที่ผู้จัดเผยว่าการซื้อในครั้งนี้เป็นยอดขายคาร์บอนเครดิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก
กิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การปลูกป่าเพิ่มเติมหรือหันมาใช้เชื้อเพลิงสะอาด ถือว่าเป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อชดเชยการปล่อยคาร์บอน ซึ่งคาดว่าบริษัทต่างๆจะหันมาดำเนินกิจกรรมเหล่านี้มากขึ้นเพื่อใช้คาร์บอนเครดิตให้บรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซสุทธิเป็นศูนย์ (net-zero)
ทางด้านผู้จัดงานประมูลคาร์บอนเครดิต Regional Voluntary Carbon Market Company ได้เผยว่ามีบริษัทจากซาอุดีอาระเบีย 16 แห่ง รวมถึง Aramco และ Saudi Electricity Company ได้ชำระเงินในอัตรา 6.27 ดอลลาร์ต่อเมตริกตันของคาร์บอนเครดิต ซึ่งเครดิตที่ประมูลได้รับการรับรองและมาจากโครงการที่ป้องกันการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการใช้เทคโนโลยีที่ยั่งยืนหรือการกำจัดคาร์บอนออกจากชั้นบรรยากาศ
นอกจากนี้ Riham ElGizy ซีอีโอของ RVCMC ได้แจ้งข้อมูลกับสำนักข่าว Reuters ว่าสายการบิน Saudi Airlines ก็มีส่วนร่วมในการประมูลเช่นกัน เนื่องจากการรับรองเครดิตครอบคลุมการชดเชยสำหรับการปล่อยมลพิษของสายการบิน
บริษัทต่างๆ เห็นว่าตลาดคาร์บอนเครดิตแบบสมัครใจจะมีความสำคัญในการช่วยให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม เนื่องจากจะมีการอนุญาตให้พวกเขาลงทุนในโครงการที่ไม่ให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกและส่งผลให้เกิดภาวะโลกร้อน แต่บริษัทเหล่านั้นไม่สามารถตัดกิจกรรมเหล่านั้นออกจากการดำเนินงานของตนเองได้
ตามรายงานจาก Ecosystem Marketplace ในปี 2021 ตลาดคาร์บอนเครดิตมีมูลค่าประมาณ 2 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ที่ปรึกษาจาก McKinsey ประเมินว่าในปี 2030 ตลาดคาร์บอนเครดิตแบบสมัครใจ อาจมีมูลค่าถึง 50 พันล้านดอลลาร์
อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ต่อตลาดซื้อ-ขายคาร์บอน ทั้งในเรื่องขาดความโปร่งใส ตลอดจนความสงสัยต่อคุณภาพของโครงการ
ทั้งนี้ RVCMC ได้แจ้งว่าร้อยละ 70 ของคาร์บอนเครดิตที่ถูกประมูลมาจากโครงการในแอฟริกา ซึ่งรวมถึงการจัดหาเตาปรุงอาหารที่สะอาดให้กับชุมชนในเคนย่าและรวันดา และโครงการพลังงานหมุนเวียนในอียิปต์และแอฟริกาใต้







