
รมว.คลังสหรัฐฯ ดันข้อตกลงสกัดแร่ผลิตแบตรถ EV
เยลเลน รัฐมนตรีคลังของสหรัฐฯ กล่าวว่า เธอคาดหวังว่าข้อตกลงการค้าเสรีแบบจำกัดในอนาคตซึ่งมุ่งเน้นไปที่การสกัดแร่เพื่อผลิตแบตเตอรี่รถ EV กับสหภาพยุโรปและประเทศพันธมิตรอื่นๆ จะไม่จำเป็นต้องผ่านความเห็นจากสภาคองเกรส
เยลเลนกล่าวกับผู้สื่อข่าวนอกรอบการประชุม G20 ในอินเดียว่า ข้อตกลงดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรป ญี่ปุ่น และประเทศอื่นๆ เข้าถึง EV Tax Credit ของสหรัฐฯได้ และยังช่วยให้มาตรฐานแรงงานสูงขึ้น ทั้งยังมีการควบคุมการส่งออกเพื่อสร้างความมั่นใจว่า supply chain จะมีความปลอดภัย
นอกจากนี้ ข้อตกลงดังกล่าวที่มุ่งเน้นไปในเรื่องการสกัดแร่ ถือเป็นหนึ่งในวิธีแก้ปัญหาข้อร้องเรียนจากสหภาพยุโรป เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ในยุโรปถูกระงับการเข้าถึง tax credits ที่ผู้ซื้อสามารถนำเครดิตไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุดถึง 7,500 ดอลลาร์ต่อคัน ซึ่งระบุไว้ในร่างกฎหมายลดอัตราเงินเฟ้อ (Inflation Reduction Act) ที่ตราขึ้นโดยมีเนื้อหาครอบคลุมนโยบายทั้งในด้านการรับมือกับวิกฤตสภาพอากาศ และนโยบายด้านภาษี
ก่อนหน้านี้ ร่างดังกล่าวระบุว่า เฉพาะรถยนต์ที่ประกอบในอเมริกาเหนือและผลิตแบตเตอรี่ในท้องถิ่น รวมถึงมีการสกัดแร่ที่ตรงตามมาตรฐานเท่านั้น จึงจะมีสิทธิได้รับ tax credits หรือ เครดิตภาษี
ขณะเดียวกันประเทศที่มีข้อตกลงด้านการค้าเสรีกับสหรัฐฯ ก็สามารถเข้าถึง tax credits ได้เช่นกัน ซึ่งนโยบายเหล่านี้เป็นข้อกำหนดที่ฝ่ายบริหารของไบเดนหวังว่าจะสามารถใช้ประโยชน์จากการเจรจาข้อตกลงการค้าแบบจำกัดซึ่งเน้นไปที่การสกัดแร่เพื่อผลิตแบตเตอรี่
กระทรวงการคลังแห่งสหรัฐฯยังเห็นชอบให้รถยนต์ไฟฟ้าที่มีสัญญาเช่าผ่านเกณฑ์เข้าถึง Tax credits สำหรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ซึ่งจะช่วยให้รถยนต์ไฟฟ้าขายได้มากขึ้นในอนาคต
เยลเลนกล่าวว่า "ฉันคิดว่าคำว่า 'เขตการค้าเสรี' นั้นหมายถึงพันธมิตรและหุ้นส่วนที่ไว้ใจได้และมี supply chains ที่ปลอดภัย ดังนั้นเราจึงรู้สึกได้ว่านี่เป็นความตั้งใจของสภาคองเกรส และเราสามารถเจรจาข้อตกลงดังกล่าวได้"
กระทรวงการคลังแห่งสหรัฐฯยังระบุว่า ออสเตรเลีย บาห์เรน แคนาดา ชิลี โคลอมเบีย คอสตาริกา สาธารณรัฐโดมินิกัน เอลซัลวาดอร์ กัวเตมาลา ฮอนดูรัส อิสราเอล จอร์แดน เกาหลีใต้ เม็กซิโก โมร็อกโก นิการากัว โอมาน ปานามา เปรู และสิงคโปร์ ถือเป็นประเทศที่มีคุณสมบัติครอบคลุมตามข้อตกลงการค้าเสรีที่มีอยู่
นอกจากนี้เยลเลนยังเสริมว่า สหรัฐฯ และยุโรปใกล้บรรลุความเข้าใจเกี่ยวกับเงินอุดหนุนสำหรับพลังงานสีเขียว ซึ่งสหรัฐฯไม่ได้พยายามขัดขวางแนวทางของสหภาพยุโรป นี่ไม่ใช่สงครามเรื่องเงินอุดหนุน แต่เป็นแผนรับมือกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศของสหรัฐฯ







