posttoday
เฮดจ์ฟันด์เบ่งบาน

เฮดจ์ฟันด์เบ่งบาน

12 มกราคม 2554

ส่งท้ายปี 2010 กันอีกเรื่องหนึ่งครับ เมื่อวานนี้มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก น่าสนใจที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง รายงานสรุปว่าตลอดปีเสือปีที่แล้ว เฮดจ์ฟันด์ หรือกองทุนบริหารความเสี่ยง ทำผลกำไรกันได้ทั้งปีถึง 10.9% และถือเป็นปีที่เฮดจ์ฟันด์ผลิดอกไปทั่วโลกครับ

ส่งท้ายปี 2010 กันอีกเรื่องหนึ่งครับ เมื่อวานนี้มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก น่าสนใจที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง รายงานสรุปว่าตลอดปีเสือปีที่แล้ว เฮดจ์ฟันด์ หรือกองทุนบริหารความเสี่ยง ทำผลกำไรกันได้ทั้งปีถึง 10.9% และถือเป็นปีที่เฮดจ์ฟันด์ผลิดอกไปทั่วโลกครับ

โดย...ธนพล ไชยภาษี

ส่งท้ายปี 2010 กันอีกเรื่องหนึ่งครับ เมื่อวานนี้มีรายงานข่าวจากสำนักข่าวบลูมเบิร์ก น่าสนใจที่จะนำมาเล่าสู่กันฟัง รายงานสรุปว่าตลอดปีเสือปีที่แล้ว เฮดจ์ฟันด์ หรือกองทุนบริหารความเสี่ยง ทำผลกำไรกันได้ทั้งปีถึง 10.9% และถือเป็นปีที่เฮดจ์ฟันด์ผลิดอกไปทั่วโลกครับ

เฮดจ์ฟันด์ ดีหรือไม่ดีนั้น คงไม่ต้องอธิบายกัน คือชื่อก็บอกอยู่แล้วว่า กองทุนประเภทนี้ชอบลงทุนในหุ้นที่มีความเสี่ยงสูง และมีพฤติกรรมเก็งกำไร และปั่นราคากันมากขนาดไหน

ในรายงานของบลูมเบิร์กบอกว่าเฮดจ์ฟันด์ในอเมริกาเหนือนั้น ผลิดอกกันเต็มที่สุดเมื่อช่วงปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นปีที่กองทุนเหล่านี้พากันเอาคืนกันหลังจากที่ต้องเจ็บตัวไปเมื่อช่วงตลาดหุ้นล่มเมื่อปลายปี 2008

ในดัชนียูเรเฮดจ์ ซึ่งเป็นดัชนีเฉพาะของกลุ่มเฮดจ์ฟันด์ ทำการติดตามกองทุนประเภทนี้ถึง 2,600 กองทุนนั้น ดัชนีดังกล่าวก็ปรับเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 6 ในเดือน ธ.ค. มูลค่าเพิ่มขึ้นมา 3%

อย่างที่เรียนไว้ครับว่า เฮดจ์ฟันด์ในอเมริกาเหนือมีผลตอบแทนมากที่สุดที่ 13.6% ดีกว่าที่คาดการณ์เอาไว้ ส่วนในทวีปเอเชียนั้น เฮดจ์ฟันด์ในญี่ปุ่นก็ทำกำไรมากที่สุดในรอบ 5 ปี ได้ผลตอบแทนที่ราว 6.8% ในปี 2010 ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีตลาดหุ้นหลักของประเทศอย่างนิกเกอิเสียอีก ซึ่งมีผลตอบแทนอยู่ที่ 3% เท่านั้น

ส่วนเฮดจ์ฟันด์ในเอเชียอื่นๆ นอกเหนือจากญี่ปุ่นนั้น มีผลตอบแทนอยู่ที่ 10.4%

ในยุโรปและรัสเซียนั้น ดัชนีเฮดจ์ฟันด์ไต่ขึ้นไปสูงถึง 17.4% ส่วนในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ปรับขึ้นไป 10.4% ครับ

โดยรวมแล้วเฮดจ์ฟันด์ทั่วโลกในปีที่ผ่านมามีผลงานดีกว่าดัชนีหลักทรัพย์ของโลกด้วยเสียอีก จนนักวิเคราะห์เกรงว่าการกลับมาของกองทุนเหล่านี้จะกลับไปสู่ระดับเมื่อครั้งปี 2008 ก่อนที่ตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกจะเจอวิกฤตเสียด้วย

การกลับมาของกองทุนบริหารความเสี่ยงเหล่านี้ บ่งบอกอะไรได้บ้าง ประการแรกก็คือ แนวความคิดของโลกที่ต้องการควบคุมกองทุนเหล่านี้ยังไม่เป็นผล การตีทะเบียนเฮดจ์ฟันด์นั้นยังคงเป็นเพียงเรื่องที่พูดถึงกันเท่านั้น

ประการต่อมาคือ เศรษฐกิจโลกหลังวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ยังคงถูกขับเคลื่อนด้วยการเก็งกำไร และปั่นราคาในตลาดลงทุนลวงอยู่ หาใช่การลงทุนในภาคจริง ดังที่เห็นว่าภาคธุรกิจและการลงทุนใหม่ๆ ของเอกชนโดยเฉพาะในสหรัฐนั้นยังไม่ค่อยกระเตื้องเท่าไหร่

ปีที่แล้วตลาดหุ้นทั่วโลกเดินหน้าขึ้นเอาๆ รวมทั้งในไทยอันเป็นผลจากการเคลื่อนที่ของทุนที่ไหลทะลักยิ่งกว่าสึนามิ

แต่ก็พอมองออกกันครับว่าเศรษฐกิจที่ดูเหมือนว่าดีนั้น ดีจริง หรือลวง!

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท