
ทุนสำรองจีนทะลุกดดันปรับหยวน
โพสต์ทูเดย์
— ตัวเลขทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศของจีนพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์ พร้อมยอดเงินให้กู้ยืมยังสูงชะลูด เพิ่มแรงกดดันต่อการขับเคลื่อนนโยบายแก้เงินเฟ้อเอเอฟพี รายงานโดยอ้างแถลงการณ์ของทางธนาคารกลางจีนเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่เผยตัวเลขทุนสำรองระหว่างประเทศล่าสุดในช่วงปลายปี 2553 ซึ่งขยายตัวถึง 18.7% เมื่อเทียบกับปี 2552 หรือราว 1.99 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ขึ้นไปอยู่ที่ 2.85 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวถือว่าเป็นการทะยานขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 2539 และมีมูลค่าสูงสุดในโลกอีกด้วย
แม้ว่าตัวเลขดุลการค้าของจีนในช่วงเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมาจะลดต่ำลง ทว่า ตัวเลขทุนสำรองระหว่างประเทศจำนวนมหาศาลดังกล่าว ประกอบกับตัวเลขดุลการค้าเกินดุลตลอดทั้งปี 2553 มูลค่ากว่า 1.83 แสนล้านเหรียญสหรัฐ และกำลังตกเป็นเป้าโจมตีในเรื่องความไม่สมดุล ทางการค้าโลกกำลังเพิ่มความกดดันให้กับรัฐบาลปักกิ่งอย่างหนักให้มีการปรับขึ้นค่าเงินหยวน
นอกจากนี้ ยังเป็นจุดที่ทำให้เพิ่มความตึงเครียดในช่วงที่ประธานาธิบดี หูจิ่นเทา กำลังจะเดินทางเยือนกรุงวอชิงตันของสหรัฐในสัปดาห์หน้า พร้อมกับกระแสของนานาประเทศที่กำลังพูดคุยในเรื่องสงครามค่าเงินที่กำลังร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง
แถลงการณ์ของทางธนาคารกลางจีนยังได้เผยตัวเลขเงินให้กู้ที่ทางธนาคารหลายแห่งภายใต้การครอบครองของรัฐบาลจีนในปี 2553 ยังเพิ่มสูงขึ้นด้วยเช่นกัน โดยมีมูลค่าถึง 7.95 ล้านล้านหยวน เกินกว่าเป้าหมายที่ทางรัฐบาลจีนตั้งไว้อยู่ที่ 7.5 ล้านล้านหยวน แต่เมื่อเทียบกับปี 2552 แล้วยังถือว่าลดลงมาก
นักวิเคราะห์เชื่อว่า ยังคงมีข้อมูลอื่นๆ อีกเป็นจำนวนมากที่จะทยอยเปิดเผยในเรื่องนี้ จะเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของจีนที่เติบโตมากกว่า 10% ในปี 2553 ขณะที่ดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภคอาจจะสูงถึง 3.3%
ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์จากสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด กล่าวว่า ธนาคารกลางจีนอาจจำเป็นต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพิ่มมาตรการในการควบคุมการให้กู้ยืมเงินเพิ่มขึ้น และปรับค่าเงินหยวนให้แข็งค่ารวดเร็วขึ้น
สอดคล้องกับการให้สัมภาษณ์ของรองประธานธนาคารกลางจีน ที่ระบุว่า จีนจะเพิ่มความยืดหยุ่นของค่าเงินในปีนี้ เพื่อตัดลดตัวเลขดุลการค้า และแรงกดดันภาวะเงินเฟ้อ







